ยิ่งร้ายก็ยิ่งรัก (Ep.04)
posted on 04 Mar 2010 17:30 by b-huhucat in LongFic
Title: [ SF ] ยิ่งร้ายก็ยิ่งรัก
Pairing: Won x Cin
Rating: - ใสๆๆ ไม่มีไรเลย
พูดว่าขอโทษสักพันครั้ง พูดว่ารักสักพันหน.
เธอคงไม่ให้อภัยคนหนึ่งคน ที่ทำร้ายเธอเสียจนยับเยิน
ร่างผอมเพรียวภายใต้เสื้อโคทสีขาวดูสว่างสดใส รอยยิ้มหวานส่งให้คนที่มารับอย่างเต็มอกเต็มใจ
คิม ฮีซอลคนที่หวาดกลัวสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นระริกไหวได้หายไปจากโลกนี้แล้ว เสียงพูด
คิม ฮีซอลคนที่หวาดกลัวสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นระริกไหวได้หายไปจากโลกนี้แล้ว เสียงพูดคุยหย
ล้อกับเด็กหนุ่มรุ่นน้องไม่ได้เข้าหูซีวอนซักนิด เพราะตอนนี้มันอื้ออึงไปหมด คนที่เคยเกลียดการทำครัวกำลังอุ่นโจ๊กให้ใครคนนั้น แถมมีน้ำใจต้อนรับขับสู้ด้วยนมร้อนและขนมปังชิ้นโต เดินผ่านหน้าเขาไปราวอากาศธาตุ เหมือนเฟอร์นิเจอร์ประดับตกแต่งบ้านชิ้นนึง...
"อ๊ะ อรุณสวัสดิ์ซีวอน ."
เสียงใสทายทัก......ฟังดูก็รู้ว่าแค่เป็นเพียงมารยาทเมื่อคนพูดไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าคนที่ตัวเองเอ่ยทัก ซีวอนได้แต่กำหมัดแน่นระงับอาการโกรธ ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาจุกอก คนสองคนที่พูดคุยหยอกล้อสร้างโลกส่วนตัวที่มีชอย ซีวอนเป็นได้แค่คนมองดู ความหึงหวงมันเป็นอย่างนี้นี่เองมันทรมานอย่างนี้นี่เอง พิษมันรุนแรงเหลือเกิน.....
เขาก็ยังเป็นเขาคนเดิมโกรธโมโหร้ายเพียงแต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่ลังเลที่จะกระชากร่างบางๆนั่นมาต่อว่าด้วยคำเผ็ดร้อนให้อีกฝ่ายเจ็บปวด แต่ในตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้ก็แค่บีบถ้วยกาแฟร้อนๆในมือแน่น เกร็งจนเส้นขึ้นให้มือหนารับรู้ถึงความร้อนจัด ให้มันทรมาน
.... เพราะต่อแต่นี้ไป คิม ฮีซอลจะต้องไม่เจ็บปวดใบหน้าสวยงามนั่นจะต้องไม่เปื้อนน้ำตาใดๆไม่ว่าจะจากเขาหรือใครก็ตาม ...
"กินจุจริงๆ นายนี่คราวหลังจะมารับชั้น. .... ต้องกินอะไรมาให้อิ่มท้องรู้ไหม.. อย่ามาเปลืองข้าว เปลืองน้ำบ้านเอสเจ ..." ฮีซอลเเซวรุ่นน้องที่ดูจะกินจุผิดรูปร่างผอมๆนั่นเหลือเกิน หัวเราะอารมณ์ดีนึกขอบคุณที่เด็กนี่มาได้ถูกจังหวะเหลือเกินทำให้เขาไม่ต้องอยู่ลำพังกับใครบางคนที่นั่งนิ่ง ดูไม่เดือดร้อนอะไรทั้งนั้น
.. เรื่องคืนนั้น สำหรับนายคงไม่มีความหมายอะไรใช่ไหมซีวอน ... นี่เรากำลังหวังอะไรอยู่นะ ??
"พูดแบบนี้แสดงว่า อนุญาติให้ผมมารับทุกวันแล้วนะ."
"แบบนี้เขาเรียกมัดมือชกนี่นะ กึนซก." ร่างบางตาโตส่ายหน้าให้กับคนขี้ตู่แล้วก็ต้องตาโตอีกรอบเมื่อข้อมือบางโดนเด็กรุ่นน้องรวบทั้งสองข้างไว้เพียงมือเดียว มือใหญ่อีกข้างไล้ข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบาก่อนจะเปลี่ยนเป็นบีบจมูกเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว...
"อย่างนี้ต่างหากที่เขาเรียกมัดมือชก.. แต่หน้าสวยๆใครจะไปกล้าชกฮะเนียะ.. ฮ่ะ ฮ่าาาาา... "
กึนซกหัวเราะชอบใจเมื่อใบหน้าสวยๆเบือนหนี ปากบางอ้าออกเพื่อช่วยหายใจจนต้องยอมปล่อยให้เป็นอิสระ ซี่งฮีซอลก็รีบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็ว หน้าสวยค้อนให้คนขี้แกล้งหนึ่งทีก่อนสะบัดหน้างอนเดินออกจากครัวไปก่อนซี่งเด็กหนุ่มก็รีบลุกตามไปรวดเร็วเช่นกัน
"งอนเหรอ ฮีซอลน่านะอย่าโกรธ.. คิ้วกับจมูกย่นติดกันแล้ว"
"บ้าตัวอะไร คิ้วจมูกย่นติดกัน. ฮ่า ฮ่า.."
เสียงออดอ้อนขอโทษและ กระเง้ากระงอดของอีกคนดังแว่วไปถึงแม้ทั้งคู่จะเปิดประตูเดินออกไปนอกบ้านแล้วก็ตาม...
... เพล้งง !!! .... เสียงดังจากในห้องครัวทำให้กึนซกและฮีซอลหยุดการหยอกล้อกระทันหันและหันกลับไปมองตัวบ้านทันที
"คงไม่มีอะไรหรอกฮะ ไปเถอะเดี๋ยวสาย"
กลิ่นคาวเลือกคละคลุ้งภายในห้องครัว และเสียงดังปลุกให้คนอื่นๆเต้องตื่นขึ้นมา เป็นเรียววุคที่เป็นเวรทำอาหารเดินเข้ามาเป็นคนแรก มือหนาที่ยังกำเศษแก้วแตกไว้ในมือ เลือดสีสดผสมกับกาแฟสีเข้มที่เจ้าตัวชอบดื่ม รอยแผลคงลึกน่าดูเพราะลิ่มเลือดไหลต่อเนื่องไม่มีที่ท่าจะหยุด ในขณะที่เจ้าตัวยังนั่งนิ่ง
"ซีวอน นายแย่แล้ว... แย่แล้ว ..... " ร่างเล็กๆตรงดิ่งเข้ามาชุดกระชากด้วยแรงทั้งหมดที่มี ไปยังอ่างล้างมือเปิดก๊อกน้ำชะทำความสะอาดบาดแผล ... แสบหน่อยนะ แสบหน่อยนะ เจ็บไหม ... คนที่เงียบพูดน้อยคำตัวเล็กๆเอ่ยปลอบเขาซ้ำไปซ้ำมา.
....ไม่หรอกไม่แสบหรอกเรียววุค เมื่อกี้เจ็บกว่ากันเยอะ.. .............
"นายนั่งนี่ก่อนนะ" ร่างเล็กวิ่งๆเข้าไปในห้องและออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมกล่องเครื่องมือปฐมพยาบาล ที่ 3 ลิงเป็นคนต้องใช้ซะส่วนใหญ่แต่มาวันนี้ คุณชายของบ้านเอสเจต้องเป็นคนใช้มัน .. อะ อ้าว .. เสียงใสร้องออกมาเมื่อคนที่ควรจะนั่งอยู่บนโซฟาหายไป เสียงดังเคร้ง คร้างจากในห้องครัวทำให้ร่างเล็กต้องเดินเข้าไปดูอีกครั้ง..
คนเจ็บมายืนล้างจานชามอย่างไม่ยี่หร่า ฟองน้ำยาล้างจานลอยฟ่องเต็มอ่างดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สนใจซักนิดมือใหญ่จับถ้วยชามล้าง ด้วยหน้าตาที่เป็นปกติเป็นเรียววุคซะอีกที่ตกใจกลัว และน้ำใสก็ปริ่มขอบตาด้วยความสงสารจับใจคงจะเจ็บแสบอยู่ไม่น้อยแล้วทำไมนายถึงยังทำหน้าตาเฉยชาได้อย่างนั้น....
"ซี .. ซีวอน " .. เสียงเล็กเอ่ยติดขัด.
"เดี๋ยวนะ. ..แป๊ปเดียวล้างจานเสร็จแล้วจะไปนั่งให้นายทำแผลให้โดยดี " .. ซีวอนหันกลับมาเอ่ยปลอบใจ ร่างเล็กๆที่ยืนตัวสั่น ใบหน้าจิ้มลิ้มแสดงออกถึงความสงสารพยักหน้าเบาๆ วางกล่องเครื่องมือลงบนโต๊ะอาหารเดินไปทำหน้าที่พ่อครัวของบ้านอย่างใจลอยเพราะคอยแต่เมียงมองดูซีวอนอยู่เป็นระยะ...
... อย่างน้อยในบ้านก็ไม่ได้มีแต่คนที่เกลียดเขา แต่ถ้าทุกคนจะโกรธ จะเกลียดมันก็สมควรแล้วสมควรแล้วจริงๆ .
บรรยากาศห้องซ้อมเต้นที่ทุกคนพยายามรักษาความเป็นปกติเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แต่ก็ยากเย็นเหลือเกินเมื่อคนเกินครึ่งยังโกรธเคือง คนหน้าหล่อที่ยังคงคอนเซ๊ปนิ่งเฉยได้เป็นปกติทั้งที่รับรู้ถึงความไม่พอใจของใครหลายคนโดยเฉพาะดงเฮ ฮยอคแจและซองมิน มีเพียงคนตัวเล็กที่ช่วยพันมือขวาทำแผลใส่ยาให้เขาอย่างเรียบร้อยด้วยความเป็นห่วงเพียงคนเดียวที่ยังคงมองหน้าและส่งยิ้มน้อยๆให้เขาตามด้วยสายตาอาฆาตของคนที่นิ่งจนดูดุดัน ... ..
ดนตรีถูกเปิดซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าทุกคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ถึงแม้ว่าการซ้อมจะไม่หนักเหมือนเมื่อก่อนที่ซ้อมกันตั้งแต่ หกโมงเย็นจนถึง หกโมงเช้าแต่ก็ถือว่าหนักอยู่เอาการเพราะซ้อมไม่มีพักมาร่วม 2 ชั่วโมงกว่า ดังนั้นเมื่อได้ยินเสียงครูสอนเต้นบอกพัก 15 นาทีสมาชิกในวงจึงไม่ลังเลที่จะทิ้งตัวลงนอนกับพื้นทันทีแบบไม่กลัวความสกปรก..
"เหนื่อยที่สุดเลย เหงื่อโชกเปียกหลังเสื้อไปหมดแล้ว.. " ฮยอคแจบ่นงึมงำทั้งที่เปลือกตาปิดสนิทแต่แล้วลืมตาขึ้นมองเมื่อหัวกลมๆโดนหนุ่มชาวจีนยกขึ้นหนุนตักแทนท่อนแขนเล็กของเจ้าตัวริ้วแดงๆพาดผ่านแก้มใสโดยอัตโนมัติ
"โอ๊ย.. มดกัดแถวนี้มีน้ำตาลด้วยเหรอเนียะซองมิน ..0.." ดงเฮหันไปถามซองมินที่หอบหายใจไม่แพ้กันแต่ก็ยังคงความแสบซนไว้ได้
"ไม่รู้ซิ รู้แต่ว่ากลั๊ว กลัว "
"กลัวอะไรเหรอ ซองมิน " ดงเฮรับมุขทันที
"กลัวจะเป็นเบาหวานตายซะก่อน " ฮ่า ฮ่า ซองมินกับดงเฮประสานเสียงหัวเราะแข่งกันช่วยทำให้บรรยากาศดูเป็นปกติอย่างทุกครั้ง แต่ฮยอคแจก็เหนื่อยเกินกว่าจะตอบโต้เหมือนเคยจึงได้นอนนิ่งๆแต่สมองก็ยังคิดวิธีเอาคืนเพื่อนรักอยู่เงียบๆ ลีทีกยิ้มให้น้องๆทั้งที่เหนื่อยใจจะขาดก็ยังมีแรงแซวกันได้
"อ๊ะน้ำ มีอยู่ 5 ขวดก็แบ่งๆๆกันดื่มก็แล้วกันนะ ถ้าไม่พอก็เดินออกไปกดข้างนอกเอา. "
เป็นชินดงที่เคลื่อนย้ายมวลสารมาถึงตัวก่อนคว้าไปหนึ่งขวดและก็เปิดขวด กระดกดื่มโดยมีซองมินยืนรอกินขวดเดียวกัน ดงเฮเห็นลอบยิ้มอย่างซะใจแล้วก็วิ่งไปคว้าจากลีทึกมา 3 ขวดทันทีแจกจ่ายให้เยซอง ฮันคยอง คิบอมเหลือหนึ่งขวดที่ยังค้างอยู่ในมือของลีทึก คนตาสวยส่ายหน้าเบาๆ เมื่อรู้โดยทันทีว่ามีส่วนเกินเกิดขึ้นจากการแบ่งน้ำครั้งนี้
ซีวอนยิ้มอย่างเหนื่อยล้าแต่ก็เป็นยิ้มที่ออกมาจากใจแตกต่างจากทุกครั้งที่ไม่เคยคิดจะแยแสต่อเพื่อนร่วมวงคนอื่นมากนัก รู้ตัวดีว่าโดนเจ้าตัวแสบเล่นงานเข้าให้ แผลลึกที่เริ่มระบมผ้าผืนสีขาวถูกย้อมเป็นสีแดงจากการเคลื่อนไหวและบวมเป่งทำให้คนแข็งแรงอย่างเขา ถึงกับตัวรุมๆได้เหมือนกัน แต่ซีวอนก็มีความรับผิดชอบต่องานมากพอที่จะไม่ทำให้ร่างกายแย่ไปกว่านี้ ยาแก้ปวดที่เตรียมไว้ถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าอย่างทุลักทุเลด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด 2 เม็ด ซีวอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงกำลังจะเดินออกไปด้านนอกเพื่อกดน้ำดื่ม
... .. แต่ท่าทางเทพีแห่งโชคชะตา คงกำลังลงโทษซอย ซีวอนอยู่เป็นแน่ ... ..
"ลุกขึ้น..ซ้อมเต้นต่อมีเพลงใหม่" ครูสอนแดนซ์ผู้เข้มงวดออกคำสั่งเฉียบขาด...
ซีวอนชะงักปลายเท้าหันกลับมา.....ยิ้มมุมปากของซองมินกลับไม่ได้ทำให้ซีวอนรู้สึกโกรธเดือดดาลอย่างเคย .. สร้างความรู้สึกฉงนใจให้กับหลายๆคนและก็ต้องตาโตค้างเมื่อเห็น ซีวอนโยนยาสองเม็ดเข้าปากและกลืนลงมันลงไปทั้งอย่างนั้น มือซ้ายพันผ้าพันแผลสีขาวทับของเก่าอย่างลวกๆ แต่กระนั้นเลือดสีเข้มก็ยังซึมออกมา ซีวอนเดินไปประจำตำแหน่งตัวเองก่อนคนอื่นๆ ขายาวก้าวตามสเต๊ปเพลงโยกตัวเต้นอย่างตั้งอก ตั้งใจท่ามกลางสายตาที่ลอบมองมาหลายครั้ง หลายครา .......
เรียววุคกำมือตัวเองแน่นสายตาที่พี่เยซองจ้องมองกดลึกซะจนหวาดกลัวที่จะหยิบขวดน้ำให้ซีวอนอย่างใจคิด ได้แต่ส่งสายตาเป็นห่วงเป็นใยไปให้อีกคนที่ส่งยิ้มให้บอกว่าตัวเองสบายดีทั้งๆที่หน้าซีดเผือกรสขมของเม็ดยาติดลิ้นจนรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา ที่ผ้าพันแผลเริ่มมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย .. เมื่อเช้าก็โดนผู้จัดการเรียกไปต่อว่าเรื่องที่ไม่ระมัดระวังตัว... เรียววุคเองก็ไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่แสดงออกกำลังทำให้ใครบางคนกำลังไม่พอใจ
"อย่าใจลอยตั้งใจซ้อม เรียววุคอย่าให้พี่เตือนเป็นรอบที่สอง"
"ฮะพี่ .. " เสียงเล็กรับคำเบาในลำคอ ก้มหน้าก้มตาซ้อม หลบสายตาดุๆที่คอยลอบมองอยู่ตลอดเวลา..
คนเจ้าแผนการอย่างคังอินต้องคิดหนักเขาเองยังเริ่มรู้สึกสงสารซีวอนบ้าง...แล้วคนที่รักซีวอนอย่างพี่ฮีซอลล่ะ ถ้ามาเห็นสภาพแบบนี้เข้าคงจะใจอ่อนทันที ต้องทำยังไงดีพรุ่งนี้ก็จะกลับมาซ้อมเต้นพร้อมกันแล้วซ้ำยังมีไลฟ์อีกทำงานร่วมกันเกือบตลอดเวลาอย่างนี้คงต้องอาศัยแรงลิง ช่วยแล้วล่ะงานนี้ เพราะดูท่าแล้วก็อยากแก้แค้นไอ้
หน้าหล่ออยู่เหมือนกัน....
เมื่อเปิดประตูเข้าบ้านพักได้แต่ละคนก็พากันพาเหรดตรงดิ่งเข้าห้องใครห้องมัน เพื่ออาบน้ำพักผ่อนไม่มีอ่อยอิ่งเช่นทุกครั้งนาฬิกาข้างผนังบอกเวลาว่าเริ่มต้นวันใหม่มา 3 ชั่วโมงแล้วจึงไม่แปลกที่แต่ละคนดวงตาจวนเจียนจะปิดสนิทและไม่มีเสียงโวยวายดังลั่นเช่นทุกครั้ง
ร่างเล็กๆ หอบหิ้วกระเป๋าและของใช้ส่วนตัวอย่างทุลักทุเล เพราะไม่เคยต้องถือเองเลยซักครั้ง น่าแปลกที่วันนี้คนที่เคยทำหน้าที่ไม่สนใจกันซักนิดเดินเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว ตาใสหมองลงทันทีวันนี้เขาทำอะไรให้พี่เยซองโกรธหรือเปล่านะ.. เรียววุคครุ่นคิดในใจไม่กล้าถามออกไป เพราะว่าพยายามมาหลายครั้งก็ได้แต่คำตอบเดิมก็คือ .. เปล่า .....
ลีทึกที่สังเกตุเห็นมาตลอดเริ่มเป็นห่วงคู่รักคู่เงียบที่ยังไม่ทำอะไรให้ชัดเจนปล่อยความสัมพันธ์คลุมเครือขึ้นมาเล็กน้อย รู้สึกฉุนเจ้าตัวต้นเหตุขึ้นมาในทันที เรื่องของตัวเองยังไม่มีปัญญาจัดการ ยังจะไปสร้างปัญหาให้คนอื่นเขาอีก .. ก้มลงอ่านตารางงานในวันพรุ่งนี้ของแต่ละคนแล้วก็ยิ้มออกเมื่อมีแต่งานช่วงบ่ายยกเว้นใครบางคน ที่ต้องถ่ายโฆษณาแต่เช้าจึงต้องแจ้งงานให้รู้ก่อนล่วงหน้า..
"ซีวอนนาย .." ลีทึกอุทานเสียงดังเมื่อสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่จากร่างกายสูงใหญ่ เมื่อเดินเข้าไปใกล้
"ตารางงานพรุ่งนี้เหรอฮะ ...."
ซีวอนอ่านตารางงานแว่บเดียว แล้วพยักหน้าเก็บข้าวของเตรียมตัวไปพักผ่อน
"นายได้กินยาหรือเปล่า ..... "
พูดไปแล้วลีทึกก็แทบอยากจะตีปากตัวเอง ก็เห็นอยู่ตำตาว่าซีวอนกลืนยา 2 เม็ดนั้นไปอย่างยากลำบากไปแล้วต่อหน้าต่อตา เด็กหนุ่มเพียงแต่ส่งยิ้มอย่างไม่ร้อนอก ร้อนใจเดินเข้าห้องไป ลีทึกจึงเดินเข้าไปหาคังอินที่นั่งเล่นเกมส์กดอย่างเมามันส์แต่หูก็คอยฟังอยู่ตลอดเวลา............
"เราทำถูกหรือเปล่าคังอิน เจ้านั่นไข้ขึ้นแล้วยังมีงานตั้งแต่ 7 โมงเช้าอีก.. "
.... เห้อ .. ดีนะที่ฮีซอลเข้านอนไปแล้วไม่มีโอกาศได้เห็นไม่อย่างนั้นแผนการทุกอย่างคงต้องมีอันพับโครงการไป
"อย่าคิดมากเลยฮะ บางทีทุกอย่างอาจจะจบลงเร็วกว่าที่เราคิดก็ได้ "
ร่างหนาเอ่ยปลอบใจคนตาสวยโอบกอดเบาๆ ทั้งๆที่ในใจก็กังวลอยู่ไม่น้อย เพราะเอ่ยปากขอความร่วมมือจากเจ้าตัวแสบไปเรียบร้อยแล้ว อดกลัวไม่ได้ว่าสามคนนั้นจะทำอะไร ที่หนักหนาและเป็นปัญหาตามมาทีหลังหรือเปล่าเพราะคนที่จะเจ็บปวดที่สุดก็คงหนีไม่พ้นพี่ฮีซอล และพี่อีทึกแน่นอน .............
"ซีวอน .. นายจะหาปัญหามาให้ชั้นตามแก้กี่ครั้งกัน "
ซึงฮวานขึ้นเสียงอย่างหัวเสีย หน้าตาบูดบึ้งเสียจนทีมงานคนอื่นๆ เข้าหน้าไม่ติด เมื่อเห็นหน้าตาซีดเซียวเหมือนซากศพและมือที่พันผ้ามาอย่างกับมัมมี่ ร่างสูงที่โค้งหัวกล่าวคำขอโทษดูไม่คุ้นเคยสำหรับตัวเขาหนัก เพราะน้อยครั้งที่คนที่มีงานมากที่สุดคนนึงในเอสเจคุณชายที่ไม่เคยง้องอนใครจะยอมทำอะไรอย่างนี้ มาเจอมุขนี้เข้าเขาเองก็ดุด่าต่อไม่ได้เหมือนกัน..
...... นายไม่รู้เหรือไง ว่างานอย่างนี้เขาใช้หน้าตาร่างกายหากิน ทำไมไม่รู้จักดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ ..........
"ลีทึก ดูแลพวกนายกันยังไงนะ " .. ชื่อบุคคลที่สามที่เอ่ยถึงทำให้ซีวอนต้องรีบพูดหลังจากนิ่งเงียบมานาน
"พอดีมันเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครห้ามได้หรอกฮะพี่ ต่อไปผมจะระวังตัว.."
เสียงแหบแห้งอธิบายต่ออีกเล็กน้อย ทุกคำที่พูดสร้างความเจ็บปวดในลำคอไม่น้อย พิษไข้ที่เล่นงานหนักจนตัวเองแทบงัดหัวออกจากหมอนเมื่อเช้าไม่ได้..
"โอ่ย. โฆษณาเสื้อผ้าอุปกรณ์กีฬา แต่มองดูสารรูปพรีเซนเตอร์.. "
เห้ออ... ถ้าชั้นยังต้องทำงานกับเด็กไม่รู้จักโตพวกนี้อีกซัก 10 ปีหัวคงหงอกไม่เหลือแน่นอน จะยกเลิกกองถ่ายวันนี้คงได้โดนปรับอีกหลายแสนวอน แต่ถ้าจะถ่ายต่อสภาพแบบนี้เขาคงไม่ยอมถ่ายถ้ายกเลิกงานไปคงได้โดนด่าเรียงตัวกันเป็นแน่ไล่ตั้งแต่ผู้จัดการ หัวหน้าวงยันเจ้าตัวต้นเหตุ..
...........โอ๊ย ทีนี้นายจะแก้ไขปัญายังไงซีวอน ... ซีวอน . นายจะไปไหน .................
"ขอโทษนะฮะ คือใครเป็นโปรดิวเซอร์งานนี้เหรอครับ "
ซีวอนเดินตรงดิ่งไปหาในทันที สตอรี่บอร์ดในมือถูกหยิบขึ้นมาดูหลายครั้งเด็กหนุ่มใช้เวลานิ่งคิดอยู่ซักพักก็ยิ้มออกมาได้ในที่สุด ..
นี่เป็นอีกครั้งที่งานโดนเปลี่ยนรูปแบบกระทันหัน จากสปอร์ตโฆษณาเสื้อผ้าและอุปกรณ์กรีฬาหลายชนิด กลายเป็นภาพนิ่งในชุดกีฬาหลากหลายชุด สปอร์ตภาพเคลื่อนไหวเหลือเพียงกีฬาเพียงชนิดเดียวคือมวยสากล หน้าตาซีดเซียวถูกทาเป็นสีดำมอมแมม ท่อนบนเปลือย สวมเพียงกางเกงมวยขาสั้นตัวเดียว มือสองข้างพันผ้าดิบยาวเกือบถึงข้อศอกไม่มีเค้าซากศพ มือมัมมี่ให้ได้เห็นทำให้การถ่ายทำผ่านไปได้ด้วยดี....
"เฮ้อออ.."
อายุสั้นไปอีกหลายปีแน่เราถอนหายใจยาวขนาดนี้ ผู้จัดการหนุ่มนั่งครุ่นคิดหลังมอนิเตอร์มองดูการทำงานของเด็กในปกครอง.... ที่โยกตัวปล่อยหมัด ชกลม ไม่มีท่าทางของคนป่วยซักนิด .. ดวงตาคมแข็งกร้าวแม้ยามร่างกายจะเจ็บป่วยให้ตายซิหมอนี่มันเหมาะกับคำว่าเจ้าชายผู้เหย่อหยิ่งเสียจริงๆ
เสียงก๊อกแก๊ก หน้าประตูบ้านยามสายสร้างความตกใจให้กับซองมินไม่น้อยคนอื่นๆก็ยังไม่ตื่นกันทำยังไงดีขโมยหรือเปล่านนะ. มือเล็กฉวยสิ่งใกล้มือได้ก็ย่องๆๆ ออกไปดูทันที เด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งสะพายกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ใบหน้าเกือบครึ่งซ่อนตัวอยู่ในหมวกไหมพรมสีดำ
"ขะ ขโมยออกไปเดี๋ยวนี้นะ .."
เสียงร้องสร้างความตกใจให้กับผู้มาเยือนไม่น้อย กระเป๋าเป้หนักอึ้งถูกปลดวางเร่งรีบ....ร่างเล็กที่ตรงดิ่งเข้ามาจะทำร้าย ทำให้เขาต้องกอดรัดอย่างช่วยไม่ได้ เจ้าตัวได้แต่เบิกตากว้างดิ้นดุกดิกๆในอ้อมกอด ดูเอาเถอะตระหลิวถือออกมาทำไมเนียะถ้าขโมยบุกบ้านจริงๆ จะเอาตระหลิวตีหัวมันหรือยังไงนะ..
"ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ บ้านพวกชั้นจนไม่มีอะไรให้โขมยหรอก"
"หรือถ้าจะจับตัวเรียกค่าไถ่พวกชั้นเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่หรอกปล่อยไปเถอะนะ"
"ฮะ ฮ่า..." เด็กหนุ่มหัวเราะอย่างกลั้นไม่อยู่จริงๆ ไม่ไหวไม่ไหว ไหนบอกว่าซูเปอร์จูเนียร์มีแต่โตๆกันแล้ว ถ้าเขาเข้ามาจะเด็กที่สุดในวงไง แล้วนี่อะไรน่ารักชะมัด ดวงตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อยมีการต่อรองโจรโขมยด้วยเอ้าเด็กซะเหลือเกิน จมูกโด่งถือโอกาศแตะลงข้างแก้มคนโวยวายลอบดมความหอม ที่เจ้าของตกใจซะจนยืนนิ่งให้อีกคนเปลี่ยนมาหอมแก้มอีกข้างอย่างง่ายดาย ....
ไอ้หย๋าาาาา .. ....ฮยอคแจอุทานออกมาเป็นภาษาของแฟนหนุ่ม เมื่อเห็นเจ้ากระต่ายยืนนิ่งให้คนแปลกหน้าหอมแก้ม ใบหน้าใสแดงกล่ำไปหมด เงยหน้าขึ้นก็เจอดวงตาสีดำที่ซ่อนตัวอยู่เมื่อครู่กำลังจ้องมองพร้อมสายตาวิบวับ และยิ้มมุมปากในแบบชวนขนลุกแปลกๆ
"สวัสดีครับ ผม โจ คยูฮยอนสมาชิกลำดับที่ 13 ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะฮะ "
คำหลังกระซิบข้างใบหูเล็กอย่างจงใจ ซองมินสะดุ้งโหยงวิ่งไปแอบข้างหลังเพื่อนรักทันที ..
"อ้าวคยฮูฮยอนมาแล้วเหรอ ... เข้ามาก่อนซิไปยืนทำอะไรหน้าประตู"
ลีทึกส่งยิ้มให้กับลัคกี้นัมเบอร์สมาชิกคนใหม่คนอื่นที่เหลือกต่างก็อยากรู้อยากเห็น ออกมาดูเด็กใหม่กันหน้าสลอนยกเว้นใครบางคนที่ใส่เกียร์สี่วิ่งเข้าห้องไป เหตุเพราะอับอายกับความเปิ่นของตัวเองและอยู่สู้สายตาวิบวับนั่นไม่ไหวจริงๆ มีเพียงแต่ฮยอคแจที่มองตามและหัวเราะร่วนจนตาหยีอย่างชอบใจ
... ถือตระหลิวเข้าไปด้วยทำไมซองมิน ... คยูฮยอนยิ้มขำๆกับท่าท่างน่ารักๆ เอ๋อๆ ....
เสียงพูดคุยสนุกสนานดังลั่นมาจากในบ้านคงกำลังเตรียมตัวจะออกไปทำงานกันช่วงบ่าย ซีวอนไม่เคยรู้สึกตัวว่าเป็นส่วนเกินหรือเป็นคนอื่นเหมือนเช่นวันนี้ เขารู้สึกเหมือนกับว่ามีเส้นบางๆกั้นอยู่ระหว่างตัวเองกับเพื่อนๆมาตั้งแต่แรกจะสนิทก็ไม่ใช่จะว่าเป็นศัตูรก็ไม่เชิงและนั่นมันก็คงมาจากตัวเขาเองทุกอย่างมันเริ่มจากเขาเองทั้งนั้นจะโทษใครที่ไหนก็ไม่ได้แต่อย่างน้อยก่อนหน้านี้ก็ยังทะเลาะกันบ้าง คุยกันบ้าง แกล้งกันบ้าง ไม่ใช่เย็นชาใส่กันอย่างทุกวันนี้หรือว่านั่นเพราะ คิม ฮีซฮลเป็นที่รักของทุกคนในบ้านดังนั้นคนที่ทำร้ายฮีซอลอย่างไม่น่าให้อภัยอย่างเขาจึงต้องโดนบทลงโทษอย่างนี้
ตั้งแต่เมื่อไรที่เริ่มรักงาน รักสิ่งที่ตัวเองคิดว่าจะทำเล่นๆไปวันๆ ถ้าไม่อยากทำก็จะไม่ทำ
เมื่อไรกันที่อยากได้มิตรภาพ และรอยยิ้มที่เคยคิดว่าเป็นสิ่งจอมปลอม
"คิม ฮีซอล .. พี่เข้ามาทำอะไรกับหัวใจของผมกันแน่ "
เด็กหนุ่มได้แต่ถามตัวเอง ใบหน้าคมเงยขึ้นสูงเพื่อให้น้ำใสที่มาความเจ็บปวดจากหัวใจ ผลักดันให้ตีขึ้นมาปริ่มขอบตา ซีวอนเงยหน้าขึ้นสูงเพื่อให้มันไหลย้อนกลับลงไปในอก นี่เขาอ่อนแอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร เสียงรถตู้ที่มาจอดด้านหลังทำให้ซีวอนต้องสะบัดไล่ความรู้สึกรีบเดินเข้าบ้านเพื่อไปบอกเพื่อนๆ ........ภาพตัวบ้านที่อยู่ตรงหน้าไม่ถึง 50 เมตรเริ่มทับซ้อนกันซีวอนสะบัดหัวไล่ความมึนงงลากขายาวที่หนักอึ้งเหมือนมีหินถ่วงไว้ก้าวเดินไปอย่างยากลำบากจนถึงหน้าประตูบ้าน มือสั่นเทาไม่ทันได้สัมผัสลูกบิดประตู บานไม้ก็ถูกเปิดออกจากด้านในโดยผีมือของชินดง
"พวกชั้นมีงานไปก่อนนะ " ซีวอนพยักหน้ารับช้าๆคนที่ยังคาบแซนวิสไว้อยู่เต็มปาก ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งหลบอยู่ด้านข้างเพื่อรอให้คนข้างในเดินออกมา
ซึ่งทุกคนก็เดินผ่านหน้าเขาไปทีละคนพูดบ้าง ยิ้มบ้าง หัวเราะกันบ้างไล่ตั้งแต่ ชินดง ฮันคยอง ซองมิน คังอิน ฮยอคแจ ดงเฮ คิบอม เรียววุคที่มีน้ำใจส่งยิ้มมาให้ เยซองที่หน้าบูดบึ้งมากกว่าทุกครั้ง ลีทึก และร่างบางที่ใจเขาปรารถนาอยากพบเจอมาตลอดช่วงเวลาหลายวันแต่ก็คลาดกันตลอดทั้งที่อยู่วงเดียวกันแท้ๆ จึงช่วยไม่ได้ที่หัวใจมันจะเต้นเร็วได้ขนาดนี้...
ถึงแม้จะโดนกระทำให้เจ็บช้ำเพียงใด แต่ก็โกรธไม่ลงเลยซักครั้งความห่วงใยและคิดถึงยังคงมีอยู่เสมอดังนั้นเมื่อเห็นคนใจร้ายในสภาพที่ดูมอมแมม และเมื่อเดินผ่านกันระยะใกล้ไอร้อนที่สัมผัสได้ก็หยุดจังหวะก้าวเดินทันทีเงยหน้าขึ้นมอง ดวงแก้วใสสะท้อนถึงความห่วงหา ห่วงใยฉายชัด เหมือนโอเอซิสท่ามกลางทะเลทรายแห้งผาก หัวใจเหนื่อยล้าร่างกายอ่อนแอคล้ายโดนปัดเป่าความทุกข์ ความสุขเต็มตื้นจนมาแสดงออกที่ดวงหน้า
................ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่คิม ฮีซฮลเคยปรารถนา..............
ลีทึกที่ฉวยคว้าข้อมือเล็กฉุดให้เดินไปพร้อมกันด้วยกลัวว่าตัวเองและ ฮีซอลจะต้องใจอ่อน ปล่อยให้คนทำผิดได้รับการให้อภัยง่ายเกินไป
ซีวอนมองไล่ตามแผ่นหลังเล็กจนลับสายตาเดินโซซัดโซเซเข้าไปภายในบ้าน มือใหญ่เท้าผนังห้องพยุงร่างกายล้า แต่ความสุขใจที่ได้รับก็ไม่อาจฝืนสังขารที่อ่อนแอไว้ได้.. ร่างกายสูงใหญ่ครูดผนังห้องทิ้งตัวล้มลงพร้อมสติในที่สุดด้วยกายชุ่มเหงื่อ
"อ้าว เฮ้ย ... นี่นายเป็นอะไร"
สมาชิกวันเดียวของซูเปอร์จูเนียร์ร้องอย่างตกใจ มือที่ทาบทับวัดอุณหภูมิร้อนจัดเกินกว่าจะเป็นไข้ธรรมดา ทำให้คยูฮยอนตัดสินใจพาส่งโรงพยาบาลแทนการดูแลคนป่วยเอง...
......... อือ วงนี้เขารับน้องใหม่กันแปลกๆ เอาตระหลิวมาไล่ตีหาว่าเป็นขโมย ตบท้ายด้วยการป่วยให้พาส่งโรงพยาบาล ชีวิตต่อจากนี้ไปของเขาคงจะไม่เหงาเดียวดายอย่างที่ผ่านมาแน่นอน ...........
แล้วบ้านทั้งบ้านก็บรรยากาศมาคุขึ้นอีกครั้งเมื่อคนสองคนไม่อยู่บ้านอย่างที่ควรจะเป็น ทุกคนได้แต่นิ่งเครียดไปตามๆกันโดยเฉพาะลีทึกที่มีคังอินนั่งข้างๆไม่ห่าง..
"ไม่คิดว่าเจ้าซีวอนมันจะกล้าพาเด็กใหม่หนีเที่ยวยันสว่าง สายป่านนี้แล้วยังไม่กลับกันอีก " ดงเฮเอ่ยทำลายความเงียบ แต่ซองมินเพื่อนสนิทกับนั่งนิ่งไม่แสดงความเห็น
"ไม่รู้กันบ้างหรือไงนะว่าทำให้คนอื่นเขา ร้อนเนื้อร้อนใจกันไปหมด"
"เด็กนั่นอาจไม่ได้ตั้งใจนะ ฮยอคแจ เจ้าคนที่ไม่สบายต่างหากที่ไม่สมควร" ซองมินก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงจะต้องพูดคล้ายแก้ตัวให้คนๆนั้นด้วย ดีว่าวันนี้เป็นวันหยุดที่หลายคนได้พักอยู่บ้าน .... ......
"นี่ทำไมวันนี้ ถึงได้ตื่นเช้ากันได้.." ฮีซอลที่กำลังจะออกไปข้างนอกถามอย่างแปลกใจโดยไม่เจาะจงว่าพูดกับใคร คนที่นั่งต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้วไปหยุดสายตาอยู่ที่อีทึกที่สะดุ้งโหยงทันที นึกหมั่นไส้น้องๆในใจที่นีนะสามัคคีกันดีจังนะปกติเห็นไล่ขับตีทะเลาะกันยิ่งกว่าเด็ก
"ก็ไม่มีอะไรหรอกพอดีรอ เอ่อออ .. รอ" หัวหน้าวงคนสวยเกิดติดอ่างกระทันหันยิ่งเห็นดวงตากลม เอียงคอมองด้วยอาการรอคอยคำตอบก็เกิดอาการหาลิ้นไม่เจอกระทันหัน มือบางบีบลงที่มือหนาที่เกาะกุมไว้เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือ
"พอดีรอ" ไม่ทันที่คังอินจะได้พูดจบประโยค
"ฮีซอล สายแล้วนะครับวันนี้มีเกสต์มาเพิ่มอีก .. สวัสดีครับทุกคน.."
กึนซกทักทายสมาชิกที่นั่งกันเต็มพื่นที่ โดยไม่รับรู้ถึงอาการแปลกประหลาด ทุกคนในห้องแทบจะพร้อมใจกันถอนหายใจด้วยความโล่งใจ เมื่อสารถีที่จะเริ่มกลายเป็นแขกประจำของบ้านโผล่มาอย่างถูกที่ ถูกเวลาเหลือเกินนางพญาคนสวยก็พยักหน้ารับทราบส่งยิ้มบอกลาเดินออกจากบ้านไปอย่างง่ายดายไม่ติดใจกับคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
เพียงแค่เสียงรถวิ่งลับออกไปไม่นานคนที่ทุกคนรอคอยก็เปิดประตูเข้าบ้านมา ด้วยสภาพตาดำคล้ำหมดเรี่ยวหมดแรง .. อยู่กันเกือบครบเลยนะครับ .... คยูฮยอนทักทายคำแรกโดยไม่ได้สังเกตสีหน้าของแต่ละคนเพราะเขาง่วงเเละเหนื่อยเหลือเกิน
............ชั้นควรจะถามนายมากกว่า ว่าหายไปไหนมา ?
.............ทำไมไม่รู้จักโทรมาบอกกันบ้าง ?
............แล้วนี่ซีวอนล่ะหมอนั่นไปไหน ?
สามคำถามจากคนสามคนและท่าทางที่แสดงออกชัดว่าไม่พอใจสร้างความขุ่นเคืองให้เด็กหนุ่มไม่น้อย คนอายุอ่อนกว่าแต่โตมาในสังคมข้างถนนที่ต้องพึ่งพาตัวเองไม่ยอมคนทำให้คยูฮยอน แสดงอาการต่อต้านออกมาในทันทีสะบัดหน้าเดินหนีอย่างไม่เกรงกลัวใครหน้าไหน ติดอยู่ตรงมือเล็กที่กำชายเสื้อเขาไว้แน่น
"คยูฮยอน ไปไหนมา ไม่รู้เหรอว่าทุกคนเป็นห่วง " น้ำเสียงหวานเอ่ยถามดวงตากลมใสที่หลงไหลตั้งแต่แว่บแรกที่พบเจอตรึงคนใจร้อนให้ติดอยู่กับที่มือใหญ่แกะมือที่กำชายเสื้อกุมไว้ในอุ้งมือ.
......... ไปโรงพยาบาลมาฮะ ถ้าจำไม่ผิดผมว่าผมเพิ่งเข้าบ้านมาเมื่อวานและไม่มีเบอร์โทรติดต่อใครซักคน และถ้าเป็นห่วงจริงทำไมถึงปล่อยคนในวงป่วยหนักจนเฉียดความตายแบบนั้น ..........
"ซีวอนเป็นอะไร ? .." หลายเสียงประสานพร้อมกันชื่อที่ถูกเรียกขานบอกให้รู้ว่าทุกคนรู้ดีว่าใครที่ป่วย แต่ก็ยังออกไปทำงานไม่มีใครซักคนอยู่ดูแล หรือว่าคนๆนั้นจะเลวร้ายจนเพื่อนร่วมวงไม่สามารถจะรับได้แล้วคนที่ชื่อ ฮีซอลเป็นใครทำไมหมอนั่นถึงได้พร่ำเรียกแต่ชื่อไม่ขาดปาก ดวงตานิ่งดุไล่มองใบหน้าซีดเผือกของแต่ละคนสีหน้าบ่งบอกถึงความผิดหวังและเสียใจในตัวรุ่นพี่ทุกคน.......
คนร้ายกาจนอนนิ่งสงบในห้องปลอดเชื้อ เครื่องช่วยหายใจ สายน้ำเกลือห้อยระโยงระยาง แค่เพียงมองเข้าไปจากกระจกใสระยะห่างยังสามารถเห็นได้ชัดถึงความซีดเซียวของผิวเนื้อคำอธิบายจากหมอใหญ่ยิ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับหลายคน
แผลลึกที่มือติดเชื้ออักเสบหนักเพราะไม่ได้เย็บแผลตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้หมอฉีดยากันบาดทะยักให้แล้วนะครับ ส่วนไข้หวัดใหญ่หมดฉีดยาให้แล้ว ได้พักซักอาทิตย์ก็จะดีขึ้นดีที่มาถึงหมอได้ทัน เพราะคนป่วยไข้ขึ้นสูงมากดีทีไม่ช๊อคหมดสติเพราะอาจเสียชีวิตได้ สรุปว่าตอนนี้ก็ปลอดภัยแล้ว
"เป็นเพราะผมเอง ถ้าวันนั้นพาซีวอนไปทำแผลที่โรงพยาบาลแทนที่จะมานั่งทำให้เอง.."
"ไม่หรอกเป็นเพราะชั้น ถ้าวันนั้นชั้นให้น้ำกับซีวอนไปกินยา เขาก็คงไม่ป่วยหนักขนาดนี้"
"เรื่องของคนสองเราไม่ควรเข้าไปยุ่งเลยจริงๆ ไม่ควร .." อีทึกต้องพยายามอย่างหนักที่จะไม่ร้องไห้ออกมา เพราะถ้าเขาแสดงความอ่อนแอออกมา น้องๆก็คงร้องตามๆกันแค่เรียววุคกับดงเฮสองคนก็พอแล้วคังอินโอบกอดไว้โดยไม่มีคำพูดใดหลุดจากปากสิ่งที่ซีวอนเจอมันไม่ได้เกิดขึ้นจากกระทำของใครนอกจากตัวเอง
เจ็บก็เพราะทำตัวเอง.....
ป่วยก็เพราะร่างกายอ่อนแอ....
ภาพที่ร่างกายผอมบางเต็มไปด้วยร่องรอยป่าเถื่อน รอยขบกัดแดงชัดเต็มร่าง รอยจูบรอยมือที่บีบผิวอ่อนจนเป็นรอยนิ้วไปทั่วร่าง คราบเลือดคราบใคร่เปรอะเปื้อนเต็มไปหมด น้ำตาที่รินไหลจากการกระทำของคนที่ตัวเองรักมันเจ็บช้ำมากกว่าสิ่งใด เขายังจำภาพที่พี่ฮีซอลเพ้อเพราะพิษไข้ได้ดีน้ำเสียงที่อ้อนวอนร้องขอ ให้หยุดการกระทำถ้อยคำวอนขอแต่ก็ไม่เป็นผลเขารู้สึกเห็นใจซีวอนก็จริงแต่ก็ไม่อาจให้อภัยได้ง่ายๆเหมือนกัน ..
ชั้นจะหยุดซีวอน แต่ไม่แน่ใจว่ากึนซกจะหยุดด้วยหรือเปล่า
ชั้นจะหยุดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่านายจะเข้าใกล้พี่ฮีซอลได้ง่ายๆ
เรื่องราวต่อจากนี้ไป ขึ้นอยู่กับความพยายามความจริงใจและความรักของนายเท่านั้น ไม่ใช่ฟ้าดิน พรหมลิขิตหรือใครบนฟ้าทั้งนั้น