ยิ่งร้ายก็ยิ่งรัก (Ep 01)
posted on 03 Nov 2009 22:07 by b-huhucat in LongFicPairing: Won x Cin
Rating: - ใสๆๆ ตอนต่อไปไม่แน่
บรรยากาศเดิมๆเกาหลีมันก็หนาวเย็นเป็นปกติอยู่แล้ว งานที่ทำก็ราบรื่นดีแถมมีทีท่าว่าจะไปได้ดีในต่างเประเทศอีกเสียด้วย แล้วความรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกในยามนี้มันคืออะไร เหงาเหรอ จะเหงาได้ไงมีลิงเป็น สิบๆตัวอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน เหมือนอะไรสักอย่างที่มันขาดหายไป เหมือนชีวิตมันน่าเบื่อซ้ำซาก จำเจ
แม้ไม่อยากจะยอมรับ แต่มันเริ่มเป็นแบบนี้ตั้งแต่ที่ คิม ฮีซอล พยายามหลบหน้าหลบตาเขาอย่างที่ได้เอ่ยปากไว้และดูเหมือนจะทำได้ดีเสียด้วย ถึงแม้จะได้อยู่ในห้องซ้อม ห้องอัดด้วยกันแต่ทุกครั้งก็จะมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 5 คนอยู่ด้วยทุกครั้งทำตัวติดหนึบกับแก๊งค์ตัวแสบ ฮยอคแจ ซองมิน ดงเฮจนเขาหมดโอกาศที่จะได้เข้าใกล้ร่างบางนั่น
"แต่ก็นั่นแหละ คนอย่าง ซอย ซีวอนมีหรือจะยอมแพ้แค่นี้"
ใบหน้าหล่อเหลานิ่งสนิท ตาสีดำดูลึกล้ำอยากเข้าใจ.. ซีวอนเหยียดขายาว นั่งพิงผนังห้องซ้อมเต้นเปลือกตาคมปิดลง... ถึงแม้จะยังไม่มีใครอนุญาติให้พักได้แต่กลับไม่มีใครกล้าตักเตือนซีวอน เด็กหนุ่มที่ได้รับอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นหลายอย่าง...
ปกป้องกันเข้าไป ชั้นจะทำลายให้ดู
ถนุถนอมกันเข้าไปอยากรู้นักว่าถ้ามันแหลกคามือชั้นจะเป็นยังไง
ดูแลเอาไว้ให้ดี ชั้นจะเอาของเล่นของชั้นคืนมาเร็วๆนี้แหละ
ร่างสูงเดินนำหน้าเพื่อนๆ ในวงเข้าบ้านพักด้วยสีหน้าที่ร่าเริงผิดกว่าที่ผ่านมาทำให้คนอยากรู้อยากเห็นอย่างซองมินอดไม่ได้ที่จะสงสัย เจ้าซีวอนเป็นบ้าอะไรเห็นทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนถ่ายไม่ออกมาเป็นอาทิตย์ บทจะร่าเริงก็ยิ้มไม่ยอมหุบกลัวเขาไม่รู้หรือไงว่ามีลักยิ้ม จะไม่สงสัยเลยถ้ามันยิ้มแล้วทำให้โลกสดใส
ทำไมถึงได้รู้สึกถึงอันตราย และความไม่ปลอดภัยอย่างนี้นะ ซองมินสะบัดศรีษะเล็กไล่ความรู้สึกเยือกเย็นที่เกาะกุมจิตใจ อดหวั่นไหวในอกลึกๆ ไม่ได้ตาโตมองหาคนที่รู้สึกอย่างเขาและก็ไปหยุดอยู่ที่คังอิน ที่จ้องมอง ซีวอนอย่างไม่ละสายตา ด้วยสายตาที่อยากคาดเดาขณะที่มือใหญ่ยังคงเกาะกุม แฟนหมาดๆไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง...
........ซองมินถอยหายใจเบาๆ อดรู้สึกห่วงอนาคตของวงที่เพิ่งรวมตัวกันไม่ได้ ซูเปอร์จูเนียร์จะประคับประคองกันไปได้ไหมนะ..
ในห้องที่เต็มไปด้วยสมาชิกที่ทำกิจกรรมต่างๆตามความชอบของตัวเอง ขณะที่รอรับประทานอาหารเย็นที่น้อยครั้งจะได้ทานกันพร้อมหน้าอย่างมื้อเช้า เด็กหนุ่มสองคนใช้สายตานิ่งๆโต้ตอบกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมแพ้ ในที่สุดทนความอึดอัดไม่ไหวก็เป็นอันต้องเดินตามกันออกมาหลังจากทำสงครามประสาทกันเป็นเวลานาน..
"จะทำอะไรก็ทำไป แต่อย่าให้เดือดร้อน ลีทึก" เป็นคังอินที่เอ่ยปากพูดก่อน ซีวอนยักไหล่ขึ้นเล็กน้อย
"ทำอะไร .."
คังอินเดินเข้าไปใกล้ประชันหน้ากับอีกฝ่ายยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คุณชายอย่างซอย ซีวอนรู้สึกหงุดหงิดลึกๆๆ
"ฮีซอลไง นายจะปฏิเสธไหมล่ะ "
"นายทำหน้าเหมือนเด็กได้ของเล่นถูกใจ แต่ชั้นจะเตือนอะไรไว้อย่างนะ" คังอินพูดต่อทันทีเมื่อซีวอน สงบนิ่งฟังที่ตัวเองพูดแม้จะฟังด้วยท่าทางหยิ่งยโสเหลือเกิน.. ตัวเขาเองก็งงตัวเองเหมือนกันอะไรบางอย่างมันบอกเขาคงอวดดีตรงหน้ากำลังจะโดนใครบางคนเข้าไปควบคุมจิตใจ ใครบางคนที่ค่อยๆเข้ามามีอิทธิพลกับความรู้สึก.. เขาก็ได้แต่หวังให้ความรู้สึกของตัวเองมันไม่ผิดพลาด
.......... น่าดูไหมล่ะ เจ้าชายที่ต้องก้มหัวยอมแพ้อย่างหมดศักดิ์ศรี............
"ของเล่น ถ้ารุนแรงกับมันมากๆ ระวังว่ามันจะพังแตกสลายก่อนล่ะ "
ฮึ ถ้ามันพังก็หาชิ้นใหม่ไง ของเล่นมันไม่ได้มีชิ้นเดียวซักหน่อย คนอวดดีพูดไม่ใส่ใจ ไม่ได้รู้สึกลัวซักนิดที่มีคนรู้แผนการที่เขากำลังจะทำต่อไป.
"แน่ใจเหรอ ว่าของเล่นชิ้นใหม่จะถูกใจเท่าของเก่า " คังอินถามย้ำให้อีกคนคิดก่อนพูด...
นาย .. ซีวอนพูดแค่คำเดียวคนถือไพ่เหนือกว่ายิ้มอย่างถูกอกถูกใจที่จี้ใจดำคนร้ายกาจได้ และเดินกลับเข้าไปยังห้องนั่งเล่นอีกครั้ง ทิ้งให้อีกคนนิ่งคิดจมอยู่กับโลกส่วนตัว.. คังอินฉลาด และดูท่าทางไม่น่าจะเป็นศัตรูด้วยเท่าไรที่ออกโรงเอ่ยปากพูดก็คงเพราะกลัวว่าเรื่องเดือดร้อนจะทำให้คนตาสวยของมันต้องทุกข์ใจต่างหาก แต่คนอย่างเขาก็ไม่เคยต้องเชื่อฟังใครซะด้วยซิ
... ยังไงตอนนี้ก็ต้องเอาของเล่นกลับคืนมาซะก่อน.....
........ ส่วนคนที่ยุ่งไม่เข้าเรื่องค่อยหาทางจัดการทีหลัง ..............
และไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงยังไง ซักวันก็ต้องมีวันที่ต้องเผชิญหน้ากัน ฮีซอลนั่งนิ่งเหงื่อซึมออกมือทั้งๆที่ภายในห้องประชุมเปิดแอร์เย็นจัด ใบหน้าสวยเลือกที่จะมองรูปภาพผนังห้อง มากกว่าใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนร่วมงาน สร้างความหงุดหงิดใจให้กับอีกคนไม่น้อย แต่พอนึกถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ก็รู้สึกสนุกจนอดใจรอแทบไม่ไหว
....มาแล้วเหรอ ฮีซอล ซีวอน ....
ซึงฮวาน มองดูผลงานที่ตัวเองปั้นแต่งมากับมือด้วยความพึงพอใจ โดยไม่ได้สังเกตเห็นความเงียบผิดปกติ ใบหน้าสวยซีดเผือกแต่เด็กหนุ่มอีกคนกับแจกจ่ายรอยยิ้มให้บรรดาสต๊าฟ ทีมงานภายให้ห้องประชุมอย่างอารมณ์ดี ..
พอซึงฮวานนั่งลงการประชุมที่เคร่งเครียดก็เริ่มต้นขึ้นทันที นิตยสารฉบับพิเศษแฟนเซอร์วิสจอมปลอม ซ้ำ โลเกชั่นยังไปไกลถึง อินชอนสองต่อสอง ไม่สิถึงจะไปกับทีมงานมากมาย แต่ก็ไปกันสองคนโดยปราศจากตัวช่วย .. ฮีซอลได้แต่ร่ำร้องผีสาง เทวดาตัวไหนช่างดลบันดาลให้เขาต้องเจอแต่เรื่องแย่ๆ แค่ต้องหลบหน้า หลบตา ย้ายมาอยู่กับแก๊งค์ลิงจนดูเหมือนเป็นหัวหน้าฝูงอยู่รอมร่อ...
ใบหน้าสวยก้มงุดแต่ซีวอนก็ลอบมองอยู่ไม่ละสายตา กลีบปากบางอิ่มขบเม้มเเน่นดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น เหงื่อซึมชื้นลูกผมจนสังเกตได้ชัด สร้างความสุขให้กับคนที่มองอยู่นาน.. จนการประชุมที่แสนจะอึดอัดในความรู้สึกของฮีซอลสิ้นสุดลง
"เดี๋ยวฝากฮีซอล กลับไปด้วยนะ รถตู้บริษัทฯ ไปส่งคนอื่นๆ หมดแล้ว ......"
ซึงฮวานตบไหล่ซีวอนเบาๆ โดยไม่ได้สนใจอาการทักท้วงของคนโดนฝาก ซีวอนสะายกระเป๋าเป้ใบเก่งเดินนำหน้าออกจากตึกหรู...ช่วงขาวยาวจ้ำเดินไม่มีทีท่าว่าจะรออีกฝ่ายทำให้ฮีซอลต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพราะถ้าอ้อยอิ่งเพียงเล็กน้อยอาจจะโดนทิ้งได้ทุกเมื่อ ถึงแม้ไม่ได้อยากจะต้องเข้าใกล้ตัวอันตรายสองต่อสองแต่ในเมื่อเหตุการณ์บีบบังคับแบบนี้ ก็ก้มหน้าก้มตารับกรรมถ้าไม่พูดไม่ทำอะไรให้ขัดหูขวางตาเจ้าเด็กบ้านั่นคงหาเรื่องอะไรเราไม่ได้
"อะ โอ๊ย "
เสียงใสร้องอย่างตกใจเมื่อคนตัวโตหยุดเดินเอาดื้อๆ ฮีซอลเอามือกุมจมูกโด่งเผลอตวัดหางตาใส่ แผ่นหลังกว้าง
"ซุ่มซ่าม ถ้านายไม่มัวแต่ก้มหน้าคุยกับพื้นก็คงเห็นแล้วล่ะว่าถึงรถแล้ว "
เสียงทุ้มพูดโดยที่ไม่ได้หันมามองหน้าอีกฝ่ายด้วยซ้ำ ฮีซอลรู้สึกอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีหันมาอีกที ซีวอนก็ประจำที่นั่งคนขับเรียบร้อยแล้ว ร่างบางแลซ้าย แลขวาเห็นแต่เพียงความเงียบสนิทของลานจอดรถ ก็เปิดประตูพาตัวเองเข้าไปในรถหรูโดยเลือกที่จะนั่งนิ่งเงียบเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง..
"เดี๋ยวกลับถึงห้อง ไปจัดกระเป๋าเสื้อผ้าให้ด้วย "
ซีวอนทำลายความเงียบด้วยประโยคที่เป็นคำสั่งกลายๆให้อีกฝ่ายทำตาม คนเป็นพี่หันกลับมามองใบหน้าหล่อที่ยังคงจ้องมองแต่ทางข้างหน้า ถ้าซีวอนจะเอ่ยปากขอร้องดีๆ คนอย่างเขาถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเอาแต่ใจ ขึ้วีนขนาดไหนก็ยินดีจะช่วยเหลือ
"คนที่ต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นเขาพูดกันแบบนี้เหรอ "
ทั้งๆที่คิดไว้แล้วว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงที่จะมีเรื่องแต่ดูเหมือนซีวอนก็พยายามหาเรื่องมาให้ตลอด ใบหน้าสวยเชิดขึ้นสะบัดหน้าหนี สองมือกอดอก..
"ไม่ได้ขอร้อง .......... มันเป็นประโยคคำสั่ง "
"ซอย ซีวอน " เสียงสูงตวาดลั่นรถดวงตาโตถลึงมอง จ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างลืมกลัว ..
นายเป็นใครมีสิทธิ์มีอะไรมาสั่งชั้น คิดว่าตัวเองใหญ่โตมาจากไหน จะไม่มีใครเขาคบเป็นเพื่อนกับนายแล้วยังไม่รู้สึกตัวอีกเหรอ นอกจากหน้าตาและฐานะแล้วนายมันไม่มีดีอะไรซักอย่าง รู้ตัวไหม ..
สารพัดคำด่าพร่างพรูจากริมฝีปากบาง โดยไม่ได้สังเกตเห็นว่ามือใหญ่บีบพวงมาลัยรถยนต์แน่น ดวงตาสีดำสนิทฉายแววโกรธเพียงใด แล้วร่างทั้งร่างก็มีอันเสียหลักกระแทกเข้ากับคอนโซลรถอย่างจังเมื่อซีวอนหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าข้างทางอย่างกระทันหัน ไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไร ซีวอนก็เปิดประตูรถกระชากเอาคนปากจัดออกจากรถ...
"ไอ้เด็กบ้า ไอ้เด็กเปรต ไอ้คนไม่มีมารยาท ....... ไอ้คนนิสัยไม่ดีเอาแต่ใจ "
เพราะเจ้าตัวไม่อยู่อีซอลจึงด่าได้เท่าทีอยากจะด่า มองดูรถสปอร์ตที่ค่อยๆห่างออกไปเหลือบมองดูบรรยากาศรอบข้างที่มืดสนิทค่อนข้างเปลี่ยว มือเล็กกอดให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายตัวเอง นึกโกรธที่ไม่ใส่เสื้อให้หนากว่านี้ได้แต่ถอนหายใจยาวครุ่นคิดหาทางกลับห้องพักให้ได้
" คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินซินะ "
ฮีซอลพูดกับตัวเองอย่างแผ่วเบา เดินย่ำเท้าไปบนหิมะทิ้งรอยเท้าไปตามทางอย่างเชื่องช้า โดยไม่ได้รับรู้ถึงอันตรายที่กำลังย่างกรายเข้ามาหา
" ช่วยด้วย "
เสียงร้องหายเข้าไปในลำคอ เมือหมัดหนักกระแทกเข้าท้องอย่างจังผ้าผืนหนาผูกปิดดวงตาสวย ไม่มีโอกาศได้เห็นหน้าคนหยาบคาย ตอนนี้ ฮีซอล กำลังกลัวอย่างทีสุดในชีวิต ร่างกายโดนพันธนาการด้วยแขนแกร่ง ดวงตามองไม่เห็น จุกเจ็บจนแทบไม่มีเสียงร้องรับรู้เพียงลมหายใจร้อนที่เป่ารดต้นคอร่างกายสั่นเทาอย่างเกินจะควบคุม ฝ่ามือใหญ่ที่เริ่มรุกรานแม้เพียงภายนอกก็ทำให้
ความขยะแขยง รังเกียจพลุ่งพล่านแล้วกลั่นออกมาเป็นน้ำใสนองใบหน้าสวย
"ปล่อย ขอร้อง..ชั้นเป็นผู้ชายนะ ..." คำพูดซ้ำวนไปวนมา อ้อนวอนเจียนขาดใจ
น้ำตาคงเรียกความสงสารได้แต่กับคนๆนี้ มันกลับทำให้ยิ่งสะใจ สนุก มีความสุขอย่างที่สุดปลายจมูกโด่งลากไล้จากใบหูเล็กไปหาต้นคอระหงส์ ขบเม้มเบาๆร่างบางๆนั่นก็กระตุกไหวสั่นเทาที่สุด มือหนาเลื้อยเข้าทางชายเสื้อสัมผัสผิวเนื้ออุ่นจากเอวบาง ชายโครงไล้ผ่านยอดอกแผ่วเบา
"อย่า ฮึก ... ขอร้องจะเอาอะไรก็เอาไป ...."
ยิ่งร่ำร้อง ยิ่งอ้อนวอนก็ดูเหมือนจะยิ่งได้สิ่งที่ตรงกันข้ามตอบแทนคืนมา..
"ยะ อย่า ฮือ อย่า..."
ฮีซอลพยายามใช้เรี่ยวแรงที่เหลือ พาตัวเองให้พ้นจากการคุมกคามเมือมือใหญ่กำลังเลื้อยหายเข้าไปสัมผัสส่วนที่ไม่ควรแตะต้อง จากความบอบบางของเรือนกายทำให้มือใหญ่ สอดมือเข้าไปในปราการห่อหุ้มเรือนกายตัวเล็กอย่างไม่ยากเย็น ...
"ฮือ อย่าขอร้อง .. ใครก็ได้ช่วยด้วย ... อือ ..."
"หึ หึ ... จุ๊..จุ๊..."
เสียงร่ำไห้อย่างน่าสงสารถูกตอบแทนด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ และอาการที่บอกให้รู้ว่ากำลังสนุกสนานกับการกระทำ มือใหญ่สัมผัสแกนกายแผ่วเบาชักนำให้อารมณ์พุ่งขึ้นสูง เริ่มขยายตัวตนร้อนไปทั้งร่างทั้งยอดอกเล็กและความอึดอัดเบื้องร่างกำลังถูกเปรอปรนด้วยคนแปลกหน้าที่แสนหยาบคาย จิตใจกำลังต่อต้านแต่ร่างกายกับคล้อยตามอย่างน่ารังเกียจ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถจะหยุดฝันร้ายนี่ได้ ริมฝีปากบางร้องเรียกชื่อคนที่ไม่ควรจะนึกถึงอย่างลืมตัว ...
"ซีวอน ..ช่วยด้วย ช่วยด้วย .."
"นายอยู่ไหน ฮึก...ช่วยด้วย ..."
การกระทำน่ารังเกียจหยุดชะงักลง เผลอปล่อยอ้อมกอดร่างที่หมดแรงยืนจึงทรุดลงกับพื้นเย็น ฮีซอลงอตัวสั่นจากความต้องการที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย
"ซีวอน ...ฮือ ...ช่วยด้วย .." ประโยคขอความช่วยเหลือหลุดออกจากริมฝีปากซีดเซียวอย่างสงสาร..
อีซอลรับรู้ได้ว่าร่างกายอ่อนแรงถูกดึงไปนั่งบนตักอุ่นแทนพื้นหิมะเย็น.. ความสิ้นหวังและร่างกายเหนื่อยอ่อนจากการดิ้นรนและร้องไห้เวลานาน ทำให้ฮีซอลจำใจยอมรับชะตากรรมนิ่งเฉยมีเพียงอาการสะอื้นที่ควบคุมไม่ได้ เข็มขัดและกระดุมกางเกงถูกปลดออกอย่างง่ายดาย สายลมหนาวพัดกระทบผิวกาย
มือเล็กถูกมือใหญ่ชักพาให้แตะต้องร่างกายที่ยังไม่ได้ปลดปล่อย ..ฝ่ามือหนาควบคุมให้การกระทำแสนน่ารังเกียจสิ้นสุดลง.. คิม ฮีซอลนางพญาผู้แสนเหย่อหยิ่ง ถือตัวกำลังช่วยตัวเองอยู่ริมถนนกับคนโรคจิต ชายแปลกหน้าที่ควบคุมชะตากรรมเขาเอาไว้.
"ฮึก ...อา .."
ปลายทางแห่งความต้องการสิ้นสุดลง หยดน้ำแห่งความอดสูเปรอะเปื้อนฝ่ามือ....... เสียงครวญครางน่าอับอาย
เปล่งออกมาถึงแม้เจ้าตัวจะพยายามสะกัดกั้นด้วยการขบกัดริมฝีปากจนแตกเลือดซึมน้ำตาแห่งความเสียใจร้องจนไม่มีให้หลั่งไหล มันเจ็บจนย้อนไปจุกอยู่ที่หัวใจเประบาง สติรับรู้ดับวูบลง
......ปิดตัวเองจากความเลวร้าย จากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามโชคชะตา .......
สิ่งเปรอะเปื้อนถูกเช็ดทำความสะอาดพร้อมจัดการเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เรียบร้อยดังเดิมแถมด้วยเสื้อโค้นหนาตัวใหญ่ ผ้าปิดตาถูกแก้ออกเผยให้เห็นความช้ำของดวงตาแม้จะปิดสนิทอยู่ยังเห็นได้ชัดถึงเพียงนี้ ใบหน้าสวยนองไปด้วยน้ำตายิ่งร่ำร้อง ยิ่งอ้อนวอนก็ยิ่งน่ากลั่นแกล้ง น่าเอ็นดู
ใช่ยิ่งน่ากลั่นแกล้ง .. ไม่ได้ดูน่าสงสารซักนิด...
โทรศัพท์ยี่ห้อล่าสุดในท้องตลาดถูกกดดูภาพที่ถูกบันทึก ใบหน้าหล่อเปื้อนยิ้มทันทีเพราะคุณภาพมันคุ้มสมราคาเสียจริง บันทึกภาพได้ดีชัดเจน เสียงร่ำไห้ดังชัดเรื่องสนุกกำลังเริ่มต้นขึ้นสำหรับใครบางคนที่คึกคะนองทำอะไรไม่ยั้งคิด แต่กำลังจะกลายเป็นแผลลึกยากจะรักษาบรรเทาของใครบางคน...
ดวงตาโตช้ำบวมจนแทบลืมตาไม่ขึ้นจนต้องนิ่งหลับชั่วครู่ก่อนที่จะฝืนลืมตาขึ้นอีกครั้ง ห้องนอนที่ดูคุ้นตา ข้าวของเครื่องใช้ก็คุ้นตาหันไปมองรอบๆ จนแน่ใจว่าเป็นห้องนอนของตัวเอง ร่างกายยังอยู่ในชุดเดิมสมองกำลังสับสนว่าสิ่งที่พบเจอมันแค่ฝันร้าย หรือว่าความจริง..
แต่.. เงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ ก็เรียกให้น้ำตาไหลรินได้อีกครั้ง ขาเล็กพาร่างผอมเพรียวอันอ่อนระโหยโรยแรงไปยัง ห้องน้ำด้านซ้ายมือที่ถูกจัดแบ่งออกอย่างเป็นสัดส่วน ในชีวิตไม่เคยมีครั้งไหนที่คิม ฮีซอลจะสามารถปลดเปลื้องเสื้อผ้าได้เร็วเท่านี้ รอยจ้ำแดงที่ต้นคอเด่นปรากฏชัด แต่แผ่นอกบางยังสะอาดใสไม่มีอาการปวดเจ็บใดที่ร่างกาย นอกจากอาการจุกเจ็บเล็กๆที่บริเวณท้องน้อย
ร่างเปลือยเปล่าทรุดลงนั่งกับพื้นปล่อยให้น้ำตารินไหล เสียงสะอื้นดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แต่ก็ยังคงดังไม่พอให้คนใจร้ายได้ยิน... คงจะเป็นซีวอนที่ย้อนรถกลับมาช่วยเอาไว้คนหยาบคายคนนั้น คงจะไม่ใจดีที่จะเช็ดเนื้อ เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนที่ซีวอนเคยประกาศว่าเกลียด จะขอบใจหรือควรจะโกรธคนใจร้ายคนนั้นกันแน่
โกรธที่ทิ้งกันไว้อย่างนั้น
หรือ ..ขอบใจที่กลับมาช่วยเอาไว้ได้ทัน
"ชอย ซีวอน .. นายมันคนใจร้าย ...."
ร่างบางใช้เวลาในห้องน้ำนานที่สุดในชีวีตราว 2 ชั่วโมงจึงได้เดินออกมา ใบหน้าสวยหวานดูแดงช้ำและอิดโรยอย่างที่สุด พอเดินออกมาจากห้องน้ำก็ต้องเจอกับเรื่องไม่คาดคิดอีกครั้ง กระเป๋าเดินทางใบใหญ่มีเสื้อผ้าของตัวเองถูกจัดวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ เพียงแต่ว่ายังไม่ได้ปิดล๊อคกระเป๋าเท่านั้น
พร้อมช๊อตโน๊ตใบเล็กเขียนข้อความเอาไว้
ให้เวลา 20 นาทีไม่งั้นชั้นจะไปสนามบินโดยไม่มีนาย
.....ซีวอน....
แม้ว่าอยากทรุดกายนั่งลงร้องไห้อีกครั้ง แต่การงานความรับผิดชอบมันก็ถมบ่อน้ำตาซะจนเหือดแห้ง ฮีซอลสะบัดใบหน้าเรียกสติกลับคืนมาได้ก็รีบแต่งตัว และลากกระเป๋าใบใหญ่ออกนอกห้องทันที พอถึงห้องนั่งเล่น ไม่ทันได้บอกลาเพื่อน ๆน้องๆ เจ้าคนต้นเหตุก็ลอยชายเดินลากกระเป๋าออกจากบ้านไป ทันที สิ่งที่ผ่านมาทำให้ฮีซอลได้เรียนรู้ว่า ซอย ซีวอนเกลียดการรอคอยและคนขัดใจมากที่สุด
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด...ซีวอน ประจำตำแหน่งคนขับเรียบร้อยยิ่งทำให้ร่างบางต้องรีบเร่งเอากระเป๋าเก็บท้ายรถได้ก็พาตัวเองประจำที่นั่งข้างคนขับเรียบร้อย ประตูรถถูกปิดลงพร้อมๆกันกับรถยนต์ที่แล่นออกด้วยความรวดเร็วชนิดที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ฮีซอลเลือกจะปิดปากเงียบและรัดเข็มขัดให้เรียบร้อยเพราะไม่อยากจะทำให้ซีวอน โมโหร้ายไปมากกว่านี้ ...
ผ้าพันคอสีขาวสะอาดถูกยื่นมาให้ ฮีซอลได้แต่มองและปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่เข้าใจว่าซีวอนต้องการจะทำอะไรกันแน่..
"วันนี้ชั้นเหนื่อยเหลือเกิน ขอร้องเถอะอย่ากวนอะไรตอนนี้เลย "
"คิดว่าตัวเองเป็นใคร ..ทำไมชั้นต้องทำตาม" ซีวอนเสียงเข้มขึ้น ผ้าพันคอถูกปาใส่หน้าสวยที่ยังคงซีดเซียวถึงแม้ไม่เจ็บมากนัก แต่ช่างเป็นการกระทำที่ไร้มารยาทและ หยาบคายสำหรับคนที่ได้ชื่อว่าอายุมากกว่าหลายปี ฮีซอลได้แต่สะกดกลั้นความโมโหเอาไว้ให้ลึกในอกถ้าไม่อยากให้มีเหตุการณ์เดิมซ้ำกับเมื่อวาน..
"ชั้นไม่ได้สั่ง ชั้นขอร้องนายดีๆ .. ซีวอนชั้นไม่ต้องการมันจริงๆ" ฮีซอลยัดผ้าพันคอคืนกลับไปให้
"เหรอ " ซีวอนเลี้ยวรถจอดเข้าข้างทางในที่สุด มือหนาแตะเข้าที่ลำคอระหงส์ เหยียดรอยยิ้มหยามหยันให้คนที่จ้องหน้าตัวเองด้วยความสงสัย และตัวกลัว..
"จะโชว์ให้คนอื่นเขารู้ ถึงความใจง่ายของตัวเองหรือไง.."
"เพียะ " แล้วฝ่ามือบางก็ประทับเข้าใบหน้าคม ที่แสนจะปากร้ายและจงเกลียดจงชัง คิม ฮีซอล รอยยิ้มหยามหยันหายไปจากใบหน้าทันที ไม่ต้องรอให้เหตุการณ์เกิดซ้ำ ฮีซอลก็เลือกที่จะหนีออกจากรถเองไม่ต้องรอให้ ซีวอนได้ผลักใสเหมือนเมื่อวาน โชคดีที่วันนี้บนถนน มากมายไปด้วยรถยนต์วิ่งขักไขว่ ... แล้วโชคก็เข้าข้างอีกครั้งเมื่อมีรถแท๊กซี่วิ่งผ่านมาในที่สุดใบหน้าสวยยิ้มอย่างดีใจรีบโบกรถทันที
แต่แค่เพียงเปิดประตูรถเท่าได้นั้น ประตูก็มีอันถูกปิดลงในทันทีเช่นกัน...
"โทษที แฟนผมเขาไม่ไปแล้วฮะ เราทะเลาะกันนิดหน่อย .." ซีวอนหันไปบอกคนขับที่เปิดกระจกชะโงกหน้าออกมาดู
"ไม่ใช่นะฮะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน "... ฮีซอลรีบแก้ต่างผลักดันตัวเองให้พ้นจากการเกาะกุม..
คนขับรถแท๊กซี่มองดูคนสองคนที่ยื้อหยุด ชุดกระฉากกันอยู่ก็พอจะเข้าใจอีกคนก็หน้าตาหล่อเหลาถึงจะดูดุไปนิดก็เถอะ รอยปื้นแดงๆข้างแก้มก็คงฝีมือนังหนูนี่ หน้าตาก็สวยน่ารักดีหรอกแต่มือคงหนักน่าดู ... ได้แต่ถอนหายใจ ................
" สวยน่ารักขนาดนี้แฟนก็หวงเป็นธรรมดาแหละ คุยกันดีๆหละ "ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วก็ขับจากไปในที่สุด
"กลับขึ้นรถเดี๋ยวนี้ " ซีวอนออกแรงลากร่างผอมเพรียวโดยไม่สนใจ รอยแดงช้ำที่ข้อมือเล็กแม้แต่น้อย ถ้าเป็นเวลาอื่นเขาคงเล่นสนุกต่อแน่นอน แต่ตอนนี้พวกเขาช้ากว่าเวลามามาก อาจจะตกเครื่องกันได้คนสุดท้ายที่เขาเลือกจะทะเลาะด้วยก็คงเป็น ซึงฮวานนี่แหละ
"ไม่ ปล่อยชั้นจะไปเอง"
"ชั้นจะไปเองได้ยินไหม .." ความโมโหบวกความเจ็บทำให้ฮีซอลลืมกลัว เห็นเสือตัวเท่ามดในที่สุดแขนเล็กสะบัดอย่างแรงจนหลุดพ้นมือใหญ่ แต่แล้วร่างบางก็ถูกอุ้มขึ้นอย่างง่ายดายเหมือนปุยนุ่น ฮีซอลตกใจอยู่ชั่วครู่ก็เริ่มแผดเสียงร้องอีกครั้ง
"ปล่อย ชั้นเดินกลับไปเองได้"
"ไม่ต้อง............." ร่างสูงใหญ่เดินอย่างอาดๆอย่างสบายเหมือนตัวเปล่าแค่รู้สึกว่ามันเบากว่าที่คิดจนถึงรถในที่สุดรู้สึกรำคาญคนที่ดิ้นแด่วๆให้อ้อมแขนซะจนอยากจะทุ่มทิ้งมันตรงนี้
"อะ โอ๊ย " หน้าผากนูนคนขี้โวยวายกระแทกเข้ากับประตูรถอย่างจัง ...
"ชอย ซีวอน" ฮีซอลแผดเสียงร้องลั่นถนน อย่างไม่อับอายรถราที่ผ่านไปมา..
"เงียบซะ ก่อนที่ความอดทนของผมจะหมดลง.. ก่อนทีจะเจ็บตัวอีกครั้ง" ซีวอนจัดยัดอีกคนเข้ารถได้ก็ออกคำสั่งอีกครั้ง มองเห็นรอยเขียวกลางหน้าผาก ก็อดยิ้มมุมปากแบบซะใจออกมาไม่ได้ ................
edit @ 3 Nov 2009 22:30:51 by huhucat
edit @ 5 Nov 2009 14:10:12 by huhucat
สงสารฮี
แกเหนเจ๊เปนอะไรเนี่ย
ชอบที่หมีบอกว่า"ของเล่น ถ้ารุนแรงกับมันมากๆ ระวังว่ามันจะพังแตกสลายก่อนล่ะ "
เหนด้วยอย่างยิ่ง
อิฉ่อยฟังแล้วคิดด้วย^^
#1 By (202.28.180.202) on 2009-11-05 20:06