ยิ่งร้ายก็ยิ่งรัก (Ep.02)
posted on 05 Nov 2009 14:57 by b-huhucat in LongFicPairing: Won x Cin
Rating: - ใสๆๆ ตอนต่อไปไม่แน่
ท้ายที่สุดพวกเขาก็ทันขึ้นเครื่องแบบทุลักทุเล คนใจดำก็ยังคงความร้ายไม่มีที่ติทักทายทีมงานคนนู้น คนนี้ไปทั่ว โดยไม่เหลียวแลคนที่ต้องการความช่วยเหลือกับประเป๋าเดินทางใบใหญ่เกินตัว
"โง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่ .. รถเข็นมีก็ไม่ใช้.... ประสาท .."
ใบหน้าสวยหันกลับไปขว้างค้อนให้คนปากจัดที่เดินตัวปลิวเป็นคุณชายลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กย่อมอย่างสบายๆ จะพูดจะบอกอะไรดีๆ โดยไม่มีวาจาร้ายๆไม่เป็นหรือไงนะ ฮีซอลครุ่นคิดในใจ..... ทั้งปากจัดทั้งชอบใช้กำลัง โมโหร้ายเป็นที่สุดมันเหมือนเจ้าชายตรงไหนกัน ซาตานล่ะไม่ว่า.. ไอ้ตัว Devil ..
โรงแรมหรูริมทะเลคือจุดมุ่งหมายของการเดินทางในครั้งนี้ ตัวตึกสีขาวบริสุทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่ริมผา สวยซะจนความเหนื่อยล้าจากการเดินทางหายไปในพริบตา ถึงแม้ว่าจะหนาวไปนิดแต่ก็บรรยากาศดี โรแมนติกเหมาะสมกับการมาฮันนีมูนกับคู่รักอย่างที่สุด ดวงตากลมโตเก็บความชื่นชมไว้ไม่อยู่ยิ้มกับลมกับฟ้า มองดูทะเลไกลสุดตาปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยไปกับบรรยากาศทิ้งความมัวหมองความเศร้าไว้เบื้องหลัง
เช่นเดียวกับอีกคน ที่เผลอใจมองดูภาพสวยงามอย่างหลงลืมตัว ทิฐิและความโกรธเคืองในใจถูกถอดวางไว้ ชั่วคราว.. เหลือเพียงเด็กหนุ่มทีมีลักยิ้ม และใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรดวงตานิ่งไม่ดุดันเช่นทุกครั้งมองตาม ... ร่างผอมบางซะจนน่ากลัวว่าจะปลิวไปกับสายลมเดินเชื่องช้าซึมซับบรรยากาศ รอยยิ้มหวานประดับดวงหน้าอยู่ตลอดเวลาไม่รู้ตัวว่ากลายเป็นจุดสนใจของแขกที่มาพักทั้งคนเกาหลีเองและต่างชาติ
ใบหน้าหวานจมูกโด่งน้อย ริมฝีปากสีสด ลมพาพัดปอยผมเคลียค้างแก้มใส แม้จะเห็นได้ชัดว่าเป็นชายแต่ก็อ้อนแอ้นน่ารัก เหมาะกับคำว่า " สวย " มากกว่าหล่อ..
"ยิ้มกับลมกับฟ้าเป็นคนบ้าอยู่ได้ เช๊คอินเข้าห้องพักได้แล้ว "
บรรยากาศแสนดีโดนทำลายลงในบัดดล ฮีซอลได้แต่ถอนหายใจ... "ไอ้ตัว Devil มารความสุข"
แต่ช่างเถอะอยู่ตั้งหลายวันมีเวลาได้เดินเที่ยวจนทั่วนั่นแหละ ร่างเล็กเดินผ่านหน้าซีวอนไปโดยไม่ทันสังเกตเห็น สายตาดุดันของเด็กหนุ่มที่ส่งสัณญาณอันตรายไปให้กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่โลมเลียร่างเล็กอย่างเปิดเผย ซ้ำร้ายยังถ่ายรูปเก็บไว้โดยที่เจ้าตัวก็ยัง ซื่อบื้อความรู้สึกช้าไม่ได้รู้อะไรเลย....
.... ซีวอน ได้แต่สงสัยไอ้ความรู้สึกไม่ชอบใจ ไม่พอใจ.....
.....มันมาจากไหน เกิดขึ้นเพราะอะไร ......
"ฮัดชิ้วว.... "
ปลายจมูกเล็กเเดงกล่ำ รู้สึกลมหายใจร้อนผิดปกติ หัวสมองตื้อแต่ก็คิดเอาว่าคงเพราะเปลี่ยนอากาศกระทันหันก็เป็นไปได้ มองดูกระเป๋าเดินทางใบโต ใจก็นึกไปถึงคนที่เป็นคนจัด และเเล้วฮีซอลก็ได้แต่ครวญครางในอกคิดอยู่แล้วเชียวว่าคนอย่างนั้นไม่น่าไว้ใจซักนิด
....เสื้อยืด เสื้อกล้ามเนื้อบาง...แต่ถึงจะมีแขนยาวก็เป็นแบบไม่หนามากนัก อากาศหนาวขนาดนี้ ...
หมอนั่นจงใจแกล้งเขาชัดๆ ไม่มีเสื้อกันหนาวติดมาแม้แต่ตัวเดียว คิม ฮีซอลนายไว้ใจคนอย่างนั้นได้ยังไง ยิ่งเขาพยายามห่าง พยายามหนีก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะยิ่งร้ายมากขึ้น ต้องให้เขาร้ายกลับลุกขึ้นมาตอบโต้ใช่ไหมนายถึงจะพอใจ .... แล้วยังต้องทำงานร่วมกันอีกตั้งหลายวันจะทำยังไงดี ...
"อ๊ะ โทรหาพวกนั้นดีกว่า " เครื่องมือสื่อสารสีแดงสดถูกกดหาเลขหมายปลายทางที่คุ้นเคยทันที โชคดีที่ยังไม่ไดนตัดขาดการติดต่อ
"พี่.. สู้ๆ นะฮะอย่าลืมของฝากนะ ขอเป็นขนมนะฮะ "
ขอบใจนะซองมินที่เป็นห่วงพี่..หรือว่านายห่วงของกินกันแน่นะ
"ห้อยไม้กางเขนไว้นะฮะ พวกซาตานผีดิบมันกลัวจะได้ไม่มารังแก"
ไม่ทันแล้วล่ะ ฮยอคแจชั้นหน้าผากเขียวเจ็บตัวเรียบร้อยแล้ว
"พี่มารยา กับน้ำตา...ใช้มันให้เป็นประโยชน์นะฮะ "
"เอ๋ .."
เสียงคังอินนี่.. ฮีซอลได้ยินเสียงของดงเฮโวยวายว่าโดนแย่งโทรศัพท์ต่อด้วยเสียงวุ่นวาย ดังตุบตับ.. สงสัยวิ่งเอาหมอนไล่ตีกันอีกแน่เลย แต่ช่างเถอะตอนนี้เขากำลังสงสัยสิ่งที่คังอินกำลังพูดอยู่ต่างหาก ...
"นายหมายความว่ายังไง คังอิน .... นายรู้อะไร " หึ หึ ..ปลายสายหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เมื่อฮีซอลรัวคำถามซะมากมาย ....
....ผมกำลังจะบอกว่า มารยากับน้ำตาใช้มันให้เป็นประโยชน์ ...
" เพราะต่อให้ร้ายขนาดไหน ก็ต้องพ่ายแพ้ในที่สุด "
ตู๊ด .. โทรศัพท์ถูกวางสายไปในที่สุด คิ้วเรียวขมวดนิ่วใช้ความคิด คังอินหมายถึงอะไรกันนะ.....
"เดี๋ยวนี้ กลายเป็นศิราณีไปแล้วเหรอเจ้าหมี "
เจ้าของชื่อรับเอาคนตาสวย มานั่งบนตักตัวเองกดจูบลงไปที่ ต้นคอเล็กเบาๆ เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากร่างเล็กๆที่ไม่ว่าจะผลักดันยังไง อ้อมกอดแข็งแรงก็ยังคงรึงรัดแน่นหนาอบอุ่นไปถึงหัวใจ ขอบใจนะ คังอิน ปลายจมูกเล็กแตะข้าแก้มเนียนเเบบผู้ชายอย่างแผ่วเบา ทำไมเขาจะไม่รู้ว่า เจ้าหมีจอมเกเรทำอะไรเพื่อเขาบ้าง
"รู้ใช่ไหมว่า เพราะอะไร "
เสียงทุ้มกระซิบถามข้างใบหูเล็ก อีทึกได้แต่พยักหน้าน้อยๆ ซุกซ่อนตัวในแผ่นอกหนาอุ่นอย่างอายๆๆ
กองถ่ายที่กำลังวุ่นวายทุกคนต่างก็กำลังทำหน้าที่ภาระรับผิดชอบอย่างรีบเร่ง แข่งเวลา เพราะดูเหมือนท้องฟ้าจะมืดครึ้มไม่เป็นใจมากนัก ซีวอนยิ้มชอบใจเมื่อเห็นร่างเล็กๆ ยื่นสั่นสะท้านกอดตัวเองคลายความหนาวเย็นให้ร่างกาย ถึงแม้จะพยายามใส่เสื้อผ้าซ้อนกันหลายๆชั้นมันก็ไม่ได้ป้องกันลมหนาวได้มากนักซ้ำยังมาเจอชุดถ่ายแฟชั่นที่ดูน้อยชิ้นยิ่งทำให้คน เหย่อหยิ่งสั่นไปทั้งตัว ....
"พร้อมแล้ว ซีวอน ฮีซอลประจำที่เลย "
ซีวอนในชุดเสื้อสีฟ้าอ่อน กางเกงขายาวสีขาวใบหน้าแต่งอ่อนๆเป็นธรรมชาติ เข้าคู่กับร่างบางที่อยู่ในชุดคล้ายกันแต่เปลี่ยนกางเกงขายาวเป็นขาสามส่วนแทน คล้ายคู่รักที่ พากันมาเที่ยวพักผ่อน มือที่เกาะกุมอยู่บอกให้รู้ว่ามือเล็กเย็นเฉียบเพียงใด.. ตรงกันข้ามกับอุณหภูมิในร่างกายที่ทวีความร้อนรุ่มขึ้นทุกที..
"ซีวอน ยืนซ้อนหลังโอบฮีซอลไว้ ..... ยิ้ม.."
ตากล้องชื่อดังถูกจ้างมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ทำงานอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นมืออาชีพทำให้คนที่เคยจ้องจะหาเรื่องทะเลาะ ทำงานร่วมกันอย่างดี เสียงรัวกดชัตเตอร์ดังต่อเนื่อง ไม่ขาดระยะ ผู้คนเริ่มมุงดูการทำงานมากขึ้นถึงแม้ว่าจะมีการ์ดคอยยืนกันเอาไว้ ทุกคนไม่อาจปฏิเสธได้ว่า 2 คนที่กำลังโพสท่าอยู่หน้าเลนส์เหมาะสมกันมากเพียงใด
"ซีวอนหันหลังให้กล้อง ฮีซอลเข้าไปกอดจากข้างหลังนะ"
"เอาหน้าแนบแผ่นหลังไว้ อย่างนั้น "
แขนเล็กกล้าๆ กลัวๆที่จะทำตามเพราะเดาอารมณ์อีกคนไม่ถูก แต่กลับกลายเป็นเว่าซีวอนจับมือเล็กให้กอดไว้ที่เอวตัวเองมือใหญ่เกาะกุมทับไว้อีกที และแน่นยิ่งขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอะเจอคนที่จ้องมองร่างเล็กๆไม่วางตา
... ความรู้สึกบางอย่างตีตื้นเข้ามาในอกอีกครั้ง.....
ความอบอุ่นของแผ่นหลังช่างแตกต่างกับนิสัยใจคอของเจ้าของมันนัก ฮีซอลได้แต่ซึมซับเอาความรู้สึกน้อยนิดนี้เอาไว้.. ร่างผอมบางทิ้งน้ำหนักตัวไปเต็มที่ช่วยบรรเทาอาการหนาวเย็นไปได้บ้าง เริ่มรู้ตัวว่าตัวเองกำลังเป็นไข้สูงได้แต่อธิษฐานให้ตัวเองฝืนทำงานจนจบวันนี้ไปได้ก่อน..
ไอร้อนที่แผ่กระจายจากร่างกายอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะใจ สนุกสนานเช่นทุกครั้ง.... ได้แต่มองตามฮีซอล ที่เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเซ๊ตสุดท้าย.....
เสื้อกล้ามตัวเล็กสีขาว ใส่ทับด้วยเสื้อกั๊กสีดำสนิทกับกางเกงขาสั้นสีขาวยาวเพียงคืบ อีกหนึ่งตัวดูน่ารักมาก แต่คงไม่เหมาะกับอากาศหนาวเย็นครึ้มฝนเช่นนี้ ในขณะที่ซีวอนสวมเสื้อเชิ๊ตไม่ติดกระดุมกับกางเกงขายาว ลมหนาวที่พัดโดนแผ่นอกก็ทำให้เขาสะท้านไปทั้งตัวแล้วอีกคนที่กำลังไม่สบายจะหนาวขนาดไหนกันนะ ความเย็นจากเท้าเปล่าที่สัมผัสผืนทรายทำให้คนเเข็งแรงอย่างเขาถึงกับรู้สึกเย็นจัดขึ้นมา
แล้วเท้าเล็กๆคู่นั่นจะทนได้อย่างไร
" นี่กำลังทำอะไรเกินเลยมากไปหรือเปล่านะ " ซีวอนได้แต่ถามใจตัวเองเบาๆ คนเดียว.
"เดี๋ยวหันหน้าเข้าหากันนะ ... จ้องหน้ากันไว้ .... ค้างไว้นะ" ไอร้อนที่แผ่ซ่าน ร่างกายที่สั่นควบคุมไม่อยู่อาการทรงตัวโงนเงน ทำให้ซีวอนรู้ว่าของเล่นตรงหน้ากำลังจะพังลงอย่างที่ คังอินเคยเตือนเอาไว้
"ของเล่น ถ้ารุนแรงกับมันมากๆ ระวังว่ามันจะพังแตกสลายก่อนล่ะ "
ไม่ทันได้รู้สึกตัวไม่รอให้สมองสั่งการร่างกายมันก็เป็นไปโดยอัตโนมัติ แขนเเข็งแรงรั้งเอวบางเข้ามาชิดออกแรงเพียงนิดก็ยกให้เท้าเล็กเหยียบอยู่บน เท้าของตัวเอง..ไปพร้อมกับที่ชัตเตอร์ถูกรัวเร็วถี่ยิบ เพราะความถูกใจภาพที่เห็นของช่างกล้องคนดัง ฮีซอลหมดแรงจะต่อต้านใดๆได้แต่ปล่อยให้ร่างกายเป็นไปตามแรงชักนำของอีกฝ่าย แขนเล็กที่กั้นขวางความใกล้ชิดถูกปล่อยลงไว้ข้างกาย ใบหน้าเล็กเงยขึ้นเมื่อฝ่ามือใหญ่แนบประคองใบหน้าใสให้เงยขึ้นสบตา ดวงตาของเด็กหนุ่มแตกต่างไปจากทุกครั้ง..
น่าแปลกที่ฮีซอล กล้าพอจะเอามือเล็กไปวางซ้อนไว้ที่มือใหญ่สิ่งที่ได้ตอบแทนมาคือรอยยิ้มอบอุ่น.........
แล้วร่างกายก็ค่อยๆเคลื่อนเข้าแนบชิดไร้ช่องว่าง เรียวแขนกอดกระหวัดร่างของอีกฝ่ายปกป้องจากความหนาวเย็นท่ามกลางเสียงกรี๊ด กร๊าดของคนที่มุงดูภาพแสนหวาน....
" ฮีซอล .. พี่ "
.......................................................................................................................................................
" งั้น พรุ่งนี้พักกองก่อนก็แล้วกัน.. คืนนี้นายก็ย้ายมาพักห้องนี้นะจะได้ดูแลกันได้ "
ผู้จักการกองถ่ายทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมๆทีมงานที่พากันมาดูอาการป่วยของนักร้องคนสวยด้วยความเป็นห่วงเป็นใย..
คนอย่างผมนี่นะต้องดูแลคนอื่น ซีวอนหันกลับมาดูคนที่นอนใบหน้าซีดเซียวบนเตียงกินบริเวณเกินครึ่ง ตัวก็ขาวจนซีดยิ่งมานอนบนเตียงที่หมอน ที่นอน ผ้าห่มทุกอย่างเป็นสีขาวล้วนยิ่งดูเหมือน ทุกอย่างถูกกลืนกินไปด้วยความบริสุทธิ์ของสีขาว บริสุทธิ์จนน่าจะทำลายให้แปดเปื้อน
... แต่คำเตือนของคังอินก็ยังคงดังก้องอยู่ในหัวซ้ำๆ ไหนจะความรู้สึกแปลกประหลาดที่คอยรบกวนหัวใจเขาในตอนนี้ที่ถี่บ่อยขึ้นทุกครั้งที่ชิดใกล้ .. ร่างสูงใหญ่เอนกายลงนอนบนที่ว่างของเตียงและหลับไหลไปในที่สุดด้วยความเหนื่อยล้า..
". อื้อ .. หนาว หนาว .."
เสียงครวญครางแหบพร่า ปลุกให้คนที่นอนข้างกายจำใจตื่นขึ้นมาในที่สุด คนใจร้ายมุดหัวลงใต้หมอนเอาหมอนปิดหูไว้แน่นไม่อยากได้ยินเสียงน่ารำคาญที่ปลุกให้ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก
... โธ่เว๊ย ...... สุดท้าย ซีวอนจำใจต้องลุกขึ้นเปิดไฟหัวเตียงด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองคำว่าร้ายกลืนหายลงลำคอเมื่อเห็นสภาพใครอีกคนที่นอนกระสับกระส่ายเพราะพิษไข้ ใบหน้าสวยแทบไร้สีเลือด เปียกชุ่มด้วยเหงื่อชื้นแต่กลับเพ้อว่าหนาวไม่หยุด
มือหนาแตะสัมผัสหน้าผากก็ตกใจกับความร้อนของอุณหภูมิทำไงดี ทำไงต้องเช็ดตัวก่อนใช่ไหม..โธ่เอ๊ย "วุ่นวายชะมัด ตัวยุ่ง.."
ผ้าผืนนิ่มหมาดน้ำเช็ดใบหน้าสวยหน้าผาก คิ้ว แก้มเนียน ริมฝีปากบาง ไม่เคยคิดว่ายิ่งมองใกล้ๆ คิม ฮีซอลจะสวยได้ถึงเพียงนี้ ลูกแก้วใสที่ซ่อนตัวใต้เปลือกตาก็กลมโต ถึงแม้ตอนนี้จะเห็นเพียงขนตายาวเรียงตัว .. เมื่อความเย็นกระทบผิวกายคนป่วยยิ่งกระสับกระส่าย หลีกหนี ปัดป้องความหนาวเย็น
"อย่า หนาว.. อื้อ หนาว" คนป่วยปัดป้องควาเญ้นชื้นที่กระทบผิวกาย คู้ตัวกอดกายอย่างน่าสงสาร
"อยู่เฉยๆซิ จะเช็ดตัวให้...ถอดเสื้อออกด้วย .. " คนชอบออกคำสั่งก็ยังคงทำอย่างเคยๆ โดยลืมนึกไปว่าอีกคนแทบไม่มีสติจะรับรู้สิ่งใด ..
" หนาวว.. อึก.. ทรมาน ......."
ไม่ว่าหัวใจจะหยาบคายและไร้ความรักเพียงใดแต่ตอนนี้กลับอ่อนยวบ เมื่อร่างกายอ่อนล้าบวกกับจิตใจที่ทุกข์ตรมกลั่นกรองความรู้สึกจนรินไหลเป็นหยดน้ำใสมันกำลังทำร้ายหัวใจเขาให้รู้สึกแสบร้อนไปหมด..
ซีวอนขยับเข้าไปใกล้ประคองเอาคนป่วยลุกขึ้น ปล่อยให้ร่างเล็กพิงอกตัวเองไว้..เสื้อยืดตัวโคร่งถูกถอดออกอย่างงายดายเมื่อผิวกายเปลือยร่างเล็กก็แทบจะปืนเกยตัก ซุกซบหาไออุ่นซีวอนเช็ดใบหน้าเปื้อนน้ำตาด้วยความรู้สึกหลากหลายจนใบหน้าเนียนหมดจด
หัวอกพิงบ่ากว้าง ลมหายใจร้อนรินรดต้นคอหนาแผ่วแผ่นอกเล็กทาบสนิทกับแผ่นอกกว้าง ผ้าผืนนุ่มไล้เช็ดแผ่นหลังเล็กเบาแรง ก่อนจะค่อยไล่มาแผ่นอกด้านหน้า ยอดอกสีสวยตั้งชันจากความเย็นที่สัมผัสแต่คนที่จ้องดูกลับน้ำลายแห้งผาก หัวใจเต้นแรง ดวงตาที่ปิดสนิทกลับค่อยๆลืมตาขึ้นมาจ้องมอง ด้วยฤทธิ์ไข้ทำให้ดวงตาที่โตดูหวานฉ่ำผิดปกติ ริมฝีปากบางเผลอออกระบายลมหายใจร้อนคล้ายเชิญชวน
ซึ่งดูว่าจะประสบผลสำเร็จ เมื่อริมปีปากหนาเข้าครอบครองช่วงชิงลมหายใจอันน้อยนิดอย่างอ่อนหวาน ลิ้นอุ่นแทรกกายเข้าไล่ต้อนลิ้นเล็กให้โรนรันดูดดื่ม มือใหญ่ลูบไล้ผิวหลังเนียนอย่างเพลินมือจนร่างเล็กเจียนขาดใจดิ้นรนหาลมหายใจ ซีวอนจึงยอมผละออกอย่างไม่เต็มใจนัก
... ริมฝีปากที่เคยซีดเซียวกับชื้นฉ่ำเจ่อแดงด้วยฤทธิ์จุมพิต ..
คนที่กำลังมัวเมากับความหอมหวานไล้จมูกโด่งข้างแก้มเนียนไล่ลงมาถึงต้นคอ แผ่นอกบางโดยไม่ทิ้งร่องรอย แดงชัดไว้ทั่วมือใหญ่เคล้นคลึงยอดอกด้วยแรงอารมณ์ จนกายเล็กแอ่นสะท้านหลุดเสียงครางแผ่ว คล้ายเรียกร้องสัมผัสที่มากกว่านี้อย่างน่ารัก
จนซีวอนพลิกกายเล็กลงกับเตียงนุ่ม ความสูงใหญ่ทาบทับลงมาพร้อมจูบกระหายรุนแรง มือใหญ่ที่จาบจ้วงคลึงสะโพกมน..
"ฮึก ยะ อย่า.. "
" ฮือ หยุดช่วยด้วย อย่า...."
เป็นครั้งแรกที่น้ำตาของ คิม ฮีซอลหยุดการกระทำของ ชอย ซีวอน เอาไว้ได้ใจหายกับความขาดสติของตัวเอง ร่างกายที่ค้างคาปวดหนึบไปด้วยความต้องการ.. มือใหญ่เช็ดน้ำตาออกอ้อมกอดอุ่นกอดร่างเล็กเอาไว้.. มือใหญ่ลูบผมนิ่มปลอบประโลมถึงแม้จะเพ้อไม่ได้สติแต่เหตุการณ์เลวร้ายที่เจอะเจอมันก็ยังฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก..
... ไม่ทำแล้ว ... อย่าร้องนะ ชู่ววว เงียนนะ .......
เมื่อร่างเล็กสงบลงซีวอนก็ผละออกจัดการเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่โดยหลีกเลี่ยงสัมผัสกายให้น้อยที่สุด แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจัดการอารมณ์ที่ค้างคา แล้วกลับมาอีกครั้งได้แต่นอนตัวเกร็งพยายามข่มตาให้หลับลงในที่สุดพร้อมกับความสับสนในหัวใจ .............................
ความอบอุ่นที่โอบล้อมทำให้คนป่วยมีรอยยิ้มหวานแต่งแต้มบนใบหน้าไม่รู้ตัว ช่างเป็นฝันที่อบอุ่นอะไรอย่างนี้จนแทบไม่อยากตื่นขึ้นมา แต่ความเคยชินที่ต้องตื่นเช้าเพื่อไปทำงาน ก็ทำให้คนขยันจำต้องลืมตาขึ้นมาในที่สุด อาการที่ทุเลาลงไปอย่างมากเหลือเพียงความมึนงงและปวดศรีษะเล็กน้อย คิ้วเรียวแทบจะชนกันเมื่อรู้สึกว่าควาบอบอุ่นมันยังไม่จางหายไปไหน
.. แปลกที่เตียงนุ่มที่ซุกกายนอนคล้ายเคลื่อนกายได้มีชีวิต ไหนจะลมร้อนที่เป่ารดข้างขมับ .....
"อ๊ะ " เมื่อเงยหน้าขึ้นมองหาสาเหตุ ฮีซอลก็แทบเอามืออุดปากไว้ไม่ทัน ใบหน้าหล่อเหลาที่หลับสนิทดูไร้พิษสง เหมือนเทวดาตัวน้อยริมฝีปากที่ช่างสรรหาคำร้ายก็ปิดสนิท แผ่นอกที่เขาอาศัยนอนต่างหมอนหายใจขึ้นลงด้วยจังหวะสม่ำเสมอ มันมึนงงไปหมดซีวอนมาอยู่นี่ได้ยังไง แล้วเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น
ทำไม.. ถึงจำอะไรไม่ได้เลย หันมองไปรอบๆก็เจอกับกาละมังน้ำพร้อม ผ้าเช็ดตัว..
....... คนใจร้ายดูแลเขามาทั้งคืนอย่างนั้นเหรอ เป็นไปได้เหรอ.. แล้วทำไมถึงได้มานอนกอดกันกลมขนาดนี้ ...
แรงขยับกายทำให้ฮีซอลต้องรีบแกล้งหลับตาลงทันที รู้สึกตัวว่าอีกฝ่ายพยายามผละออกห่างอย่างช้าๆ และกระชับผ้าห่มผืนหนาคลุมกายพร้อมฝ่ามือใหญ่ที่แตะสัมผัสหน้าผากเสียงบ่นพรึมพำเบาๆ
...... ว่าไข้ลดลงแล้ว ...... เสียงเปิดปิดประตูดังหายไปครู่ใหญ่ทำให้ดวงโตลืมขึ้นมาในที่สุด
"อ่อนโยนก็เป็นนี่ ทำไมชอบทำแต่เรื่องร้ายๆนะ"
"อ้าวฮีซอล หายแล้วเหรอ "
"พี่ซึงฮวาน .. ดีขึ้นแล้วครับขอโทษนะฮะที่ต้องทำให้พักกอง "
ฮีซอลโค้งหัวขอโทษ แม้จะยังดูซีดเซียวอยู่แต่ก็ดูมีเลือดฝาดมากชึ้น อดยิ้มเขินไม่ได้เมื่อโดนมองด้วยสายตาล้อเลียนกับการแต่งกาย ที่สวมเสื้อผ้าซ้อนทับกัน 3-4 ชั้นจนดูเหมือนตุ๊กตาตัวกลมๆ
"เพิ่งรู้ว่าคนสวย ทำอะไรเอ๋อ ๆ ก็ยังดูน่ารักได้นะ .... "
ซึงฮวานหัวเราะอย่างอารมณ์ดีไม่ได้รู้สึกโกรธที่งานล่าช้าไป เพราะว่ารูปที่ได้จากเมื่อวานมันดูดีสมใจ เขาเลือกไม่ผิดที่รับคนๆนี้เขามาร่วมงาน เพราะรู้สึกถูกใจและเชื่อว่าคนๆนี้จะค่อยๆโดดเด่นและดึงดูดสายตาของผู้คนได้ดีทั้งชายและหญิง.. และมันก็สมใจเขาที่สุด ซูเปอร์จูเนียร์เป็นวงบอยแบรนต์ที่ลงตัวมากที่สุด
"พี่ซึงฮวาน ...." เสียงหัวเราะอย่างมีความสุข กับทำให้ใครบางคนไม่พอใจ เราก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปดูแลแต่กลับมาอ่อยผู้ชายอยู่แถวนี้ไม่มีท่าทีไม่สบายซักนิดน่าโมโหนัก น่าจะปล่อยให้หนาวตายไปตั้งแต่เมื่อคืน เสื้อกันหนาวในมือถูกขว้างลงกับพื้นอย่างหัวเสียแล้วเดินจากไป
เช้าวันใหม่การทำงานก็เริ่มต้นขึ้นในที่สุด โดยการถ่ายเดี่ยวของแต่ละคน.. ฮีซอลพยายามหลายครั้งที่จะเข้าไปพูดคุยและ ขอบคุณที่ดูแลแต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่ใส่ใจและเดินผ่านเขาไปอย่างกับเป็นอากาศธาตุ แล้วความอ่อนโยนที่ได้รับมันหมายความว่าอะไรหรือมันจะเป็นเพียงแค่ฝันไปจริงๆๆ
" มีคนฝากมาให้ค่ะ " ช่อดอกกุหลาบแดงกว่า 50 ดอกทำเอาสาวๆ ในกองถ่ายอดกรี๊ดกร๊าดไม่ได้
ฮีซอลรับช่อดอกไม้มาอย่างงงๆ ท่ามกลางสายตาอยากรู้ อยากเห็นของทุกคน การ์ดสีหวานถูกหยิบขึ้นมาอ่านข้อความ ใบหน้าหวานแดงระเรื่อขึ้นทันทีด้วยความขัดเขินที่ถูกจ้องมอง แต่อีกคนที่ยืนห่างออกไปกับตีความไปคนละอย่าง...
"แด่ เจ้าหญิงผู้งดงาม
ขอโอกาศให้ผมได้ทำความรู้จักคุณ
เย็นนี้ เชิญรับประทานอาหารที่ริมหาด หวังว่าคุณจะให้โอกาศ
ทาสผู้ต่ำต้อย Jimmy .. "
"เดี๋ยว ถ่ายซ่อมเมื่อวานก่อนนิดหน่อยนะ "
เสียงช่างกล้องคนดังเริ่มสั่งงานจึงทำให้ทุกคนต้องประจำตำแหน่งทำงานอีกครั้ง
ฮีซอลจึงเดินออกไปยืนคู่กับซีวอน หน้ากล้องที่ยืนนิ่งอยู่นาน ใบหน้าหวานได้แต่ส่งยิ้มไปให้ถึงแม้จะถูกเมินก็ตาม มือเล็กเอื้อมไปกุมมือใหญ่ไว้แต่แล้วก็ต้องหน้าเสีย เมื่อถูกสลัดมือออกจากรวดเร็ว
"พี่มารยา กับน้ำตา...ใช้มันให้เป็นประโยชน์นะฮะ "
และแล้วคำพูดของใครบางคนก็ผุดขึ้นมาในสมอง ลองดูก็ไม่เสียหายนี่หน่าคนที่ถูกฝึกเรื่องการแสดงเขาไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเย็นอย่างน้อยก็อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซีวอนดีขึ้นมาบ้างใบหน้ว
สวยก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆช้อนตาขึ้นมอง น้ำใสปริ่มคลอขอบตาเอียงคอมองอ้อนๆคนที่ยืนอึ้งอยู่ตรงหน้า
"แค่อยากจะขอบคุณ ที่ซีวอนฝืนใจดูแล ... ไม่ได้เหรอ " ใบหน้าสวยเอียงคอมองกระพริบตาไล่หยดน้ำ
"ชั้น ขอโทษ"
เสียงหวานทอดน้ำเสียงอย่างออดอ้อน
ซีวอนถึงกับกับทำอะไรไม่เป็นปราดเข้าไปประคองใบหน้าเนียนเช็ดน้ำตาอย่างทำอะไรไม่ถูก เห็เพียงแค่นี้ใจเขามันก็นึกไปถึงเหตุการณ์ที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำไม่อาจลบเลือนความหอมหวานเหมือนมันยังจะอ่อยอิ่งติดอยู่ที่ปลายลิ้น ริมฝีปาก จมูกโด่งที่ได้สูดดม เขาเกลียดตัวเองในตอนนี้ที่สุด เกลียดที่อ่อนแอ
ใจอ่อน ชอย ซีวอนคนเดิมกำลังจะหายไปเหลือทิ้งไว้แต่คนอ่อนแอเหมือนเมื่อก่อน ไม่เขาจะต้องอยู่ห่างคนๆนี้ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายไป
"ช่างเถอะ ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว " ซีวอนบอกปัดและถอยออกมาทิ้งระยะห่างเอาไว้
อีซอล ลอบยิ้มให้กับตัวเองไม่โดนดุโดนว่าไม่มีวาจาร้ายกาจ กลับไปนะชั้นจะซื้อน้ำผึ้งไปฝากนาย คังอิน
"เอ่อ เจ้าของดอกไม้เขาชวนทานข้าว นายไปเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม "
เมื่อไม่โดนดุ ฮีซอลก็กล้าที่จะพูดคุยต่อ ซีวอนได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธ ตีหน้าขรึม เพราะไม่อยากให้ความใกล้ชิดมันมากไปกว่านี้ ใบหน้าหวานมุ่ยหน้าใส่อย่างขัดใจ แสดงท่าทางงอนๆแบบที่ทำบ่อยๆเวลาอยู่กับแก๊งค์ลิงน้อย.. บ่นพรึมพำเบาๆแต่ซีวอนก็ยังพอได้ยิน
"ก็เป็นฝรั่งนะซิ จะคุยรู้เรื่องหรือเปล่าก็ไม่รู้ Jimmy หน้าตาเป็นไงก็ไม่เคยเห็นใจร้ายที่สุด .."
และแล้วการทำงานร่วมกันระหว่างคนที่เคยลับฝีปากก็ผ่านไปด้วยความราบรื่น ฮีซอลที่ยิ้มแย้มร่าเริง คำพูดที่ฟังเหมือนจะเอาแต่ใจกับไม่ได้สร้างความรำคาญ อารมณ์เสียให้กับอีกคนดังนั้นแฟชั่นวันนี้จึงมีรอยยิ้มหวานๆ และท่าทางน่ารักๆมากมายโดยไม่ต้องเอาคำว่า แฟนเซอร์วิส มาขู่บังคับอย่างทุกครั้ง ...
ขอขอบคุณหมีคังมากก
แต่อิฉ่อยก้อหากำไรไม่เลิก
แอบลักหลับคนป่วยอีก
#1 By isoxosi (202.28.180.202) on 2009-11-05 20:10